<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084</id><updated>2011-08-13T22:44:02.534+07:00</updated><category term='Call Center'/><category term='term'/><category term='pantip.com'/><category term='word usage'/><category term='cookiecompany'/><category term='Customer Service'/><category term='Gamer&apos;s Gate'/><category term='Anime no Limit'/><category term='Live Concert'/><category term='Trolling'/><category term='meaning'/><category term='discrimination'/><category term='otaku'/><category term='discriminate'/><category term='Hoax Phone'/><category term='pantip'/><category term='GG'/><category term='blind fashion'/><category term='Gamer-gate'/><title type='text'>Moji @ GG</title><subtitle type='html'>ห้องเก็บบันทึกลับ ๆ (เรอะ?) ของพี่เสือ 
ความในใจ เมื่อไร้ซึ่งตำแหน่งสต๊าฟมาค้ำคอ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>15</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-1550853898185816300</id><published>2010-11-15T22:22:00.003+07:00</published><updated>2010-11-15T23:00:35.100+07:00</updated><title type='text'>ตัวเองไม่แก่บ้างก็ให้มันรู้ไป</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:100%;"&gt;นาน ๆ เข้า blogspot ที ก็บ่นทุกที...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ แหม เป็นคนไม่สม่ำเสมอ เลยไม่ได้เขียนเป็นประจำ ก็เลยเขียนเฉพาะเวลามีไฟ หรือฮึดอะไรขึ้นมาแทน และแน่นอน จะมีอะไรมาสะกิดเชื้อไฟได้ดีกว่าความโกรธ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หงุดหงิดงุงิอะไร ใช้บล็อกสิคะ&lt;br /&gt;โมโหโทโสใคร ๆ ใช้บล็อกสิคะ&lt;br /&gt;อยากต่อยอยากตบคนไหน ใช้บล็อกสิคะ&lt;br /&gt;อยากบ่นอยากด่าเรื่อยไป ใช้บล็อกสิคะ&lt;br /&gt;เก็บกดอัดอั้นตันใจ ใช้บล็อกสิคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขียนบ่นระบายกับตัวเอง คลายความขัดข้องหมองใจ โดยไม่ต้องไปปีนเกลียวใคร นี่สิ อานุภาพของบล็อก! แหม เป็นยาวิเศษรักษาโรค(จิต)ได้ทุกโรคจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของเรื่องคือวันนี้ไปเดินห้างกับคุณแม่ ก็เลยชวนคุยไปเรื่อย ๆ ได้ความว่าไปต่างจังหวัดแล้วเหนื่อยไม่พอ เครียดด้วย 'รมณ์เสียย่ะ'รมณ์เสีย เราก็ถามว่ามีอะไร เป็นอะไร คุณแม่ก็เลยเล่าให้ฟัง....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แหม จะว่าเอาเรื่องในบ้านของคนอื่นมานินทาก็ใช่.... แต่มันก็เป็นเรื่องทั่ว ๆ ไปที่หลายครอบครัวคงต้องประสบพบเจอด้วย เลยคิดว่า เขียน(บ่น)ไว้ไม่เสียหาย เผื่อใครมาอ่านเจออาจจะจดจำ เก็บไปคิดอะไรได้บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องมันเกิดจาก.... คุณแม่ไปทำบุญต่างจังหวัด เพราะช่วงนี้เป็นฤดูทอดกฐิน แล้วก็เลยไปเจอผู้คนมากมายยยยยยยยย ก็มีบ้านหนึ่ง มีคุณยายอายุประมาณ 80 มาด้วย และพอดีเป็นคนรู้จักมักคุ้นกัน และคุยกันถูกคอมาตลอด คุณแม่ก็เลยไปคุยด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณแม่บ่นว่า หนนี้เจอ คุณยายคนนี้ไม่มีชีวิตชีวา ไม่เหมือนหนก่อน ตอนเจอยังยิ้มแย้มแจ่มใส แต่หนนี้ไม่ยิ้ม ตาก็หม่นหมอง ไม่มีแววความสุข! คุณแม่ก็เลยคอยมองเป็นพิเศษ ว่าคุณยายแกมีเรื่องทุกข์ใจอะไรหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วในระหว่างงานบุญ ก็พบว่า คุณน้าที่เป็นลูกสะใภ้ของคุณยายคนนั้น ก็บ่นให้เรา ๆ ฟัง ว่าคุณยายน่ะหลงแล้ว เป็นอัลไซเมอร์ ชอบหลงชอบลืมเพราะแก่แล้ว แล้วก็ว่าคุณยาย ว่าขี้โมโห ชอบหงุดหงิดฉุนเฉียว ด่าแม่บ้าน(แม่ครัว)อยู่บ่อย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณน้าที่เป็นลูกชายของคุณยายแก ก็พูดสนับสนุนด้วย ว่าแม่น่ะหลงแล้ว ไม่เหมือนคุณป้า (หมายถึงคุณย่าแท้ ๆ ของเรา ที่ไปทริปนี้กับพ่อกับแม่เราด้วย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราฟังแค่นี้เราก็ขัดใจแล้ว ก็ทำไมอ่ะ? แก่แล้วไง? แม่ตัวเองหนิ คนเรามีใครอยากแก่บ้างอ่ะ? หลงลืมก็เป็นเรื่องของสังขาร มันช่วยไม่ได้นี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่เราเล่าต่อ ว่าพ่อเรา ด้วยนิสัยชอบพูดคุบ ชอบเออออไปกับวงสนทนา ก็ผสมโรงด้วย แม่เคืองมาก ต้องดุ ว่า อย่าเอาใครมาเปรียบเทียบกับคุณย่า เพราะคุณย่าอายุมากแล้วก็จริง แต่ทำงานทุกวัน ใครจะมาเทียบได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความหมายของแม่ก็คือ  คุณย่าของเราใช้สมองทุกวันมาตั้งแต่สาว ๆ ปัจจุบันนี้ก็ยังออกไปไหนมาไหนอยู่ตลอด ใช้สมองทุกวัน พบปะคนมากมายตลอดเวลา และยังคงทำงานอยู่ แม้จะไม่ได้ไปออฟฟิศทุก ๆ วันแล้วก็ตาม แถมยังมีคนรับใช้ มีลูกสาวติดสอยห้องตาม จะทำอะไรก็สั่งได้ เพราะมีอำนาจ เป็นใหญ่ในบ้าน เพราะฉะนั้นก็ได้บริหารอำนาจ บริหารสมอง จะทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คุณยายคนนั้นไม่ได้มีอำนาจในบ้าน สามีแกเสียไปแล้วก็จริง แต่ทุกวันนี้แกอาศัยบ้านลูกชายลูกสะใภ้อยู่ จะออกไปไหนก็ไม่ได้ ไม่ได้มีคนขับรถส่วนตัว เดินออกไปเอง ก็ถูกคุณน้า(ลูกสะใภ้)ต่อว่า ว่าอย่าซี้ซั้วออกไปเดิน มันอันตราย เกิดใครจับตัวไปเรียกค่าไถ่จะทำยังไง วัน ๆ เลยต้องนั่งจับเจ่าอยู่แต่ในบ้าน จะไปบริหารสมองที่ไหน? ก็ต้องมีหลงลืมบ้างเป็นธรรมดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่เราก็ช่วยเถียงให้ ว่า แต่คุณยายยังไม่หลง ยังจำแม่น ยังคุยรู้เรื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกชายแกก็แย้งว่า โอ๊ย คุณแม่น่ะจำได้แต่เรื่องอดีต เล่าแต่เรื่องเมื่อก่อน แต่ของปัจจุบันน่ะหลงลืมตลอด นอกจากนี้เวลามีใครถามอายุคุณยาย แล้วคุณยายตอบผิดไป 2 ปี คุณน้า(สะใภ้)ก็จะกรี๊ด ว่า อะไร้อะไร! คุณแม่จำอายุตัวเองแค่นี้ก็จำไม่ได้เหรอ คุณแม่น่ะอายุ 80 ต่างหาก!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โชคดีที่เราไม่ได้อยู่ด้วย.... ไม่งั้นอาจจะได้ก้าวร้าวผู้ใหญ่ และลุกขึ้นเถียงกลางโต๊ะแล้วว่า น้าคะ นั่นแม่คุณน้านะ จะหักหน้ากันไปทำไมให้อายชาวบ้านชาวช่อง คนเราไม่มีใครหรอกที่อยากแก่ อยากหลงลืม แค่ตัวเองแก่ตัวลง ดูแลตัวเองไม่ได้ ไม่เหมือนสมัยยังแข็งแรง แค่นี้ก็ช้ำใจมากพออยู่แล้ว ทำไมคนในบ้าน โดยเฉพาะลูกแท้ ๆ ยังจะต้องมาซ้ำเติมให้เจ็บใจมากขึ้นไปอีก? ตัวเองไม่แก่มั่งก็ให้มันรู้ไปสิ อีกหน่อยลูกคุณน้าทำแบบนี้บ้างในตอนที่คุณน้าแก่หงำแบบนี้ คุณน้าจะรู้สึกยังไง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอ๊ยปรี๊ด คิดแล้วโคตรโมโห โมโห ๆ ๆ ๆ แม่ตัวเองนะ ทำแบบนี้ได้ไง ก็วัน ๆ ไม่คอยดูแล ไม่คอยช่วยเหลือ ไม่คอยส่งเสริมให้แกใช้สมอง บริหารความจำ ปล่อยให้แกหลงลืมเองนี่หว่า พอแกหลง ๆ ลืม ๆ นิดหน่อยก็ต่อว่าซะขนาดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเป็นเรานะ ถ้าตัวเราเองแก่แบบนี้ แล้วมีลูกแบบนี้ ชอบต่อว่า หักหน้า ชอบพูดให้เราอับอายและเสียใจแบบนี้ล่ะก็ ต่อให้เราไม่ได้หลงไม่ได้ลืมจริง ๆ เราก็คงอยากแกล้งทำเป็นหลงลืมอยู่ดี! รำคาญ ขี้เกียจพูดด้วย! ขออยู่เงียบ ๆ ตามประสาคนแก่ที่ไม่มีใครสนใจดีกว่า สงบดี ไม่รำคาญหูด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่เราก็บอกเรา ว่าตอนนั้นแม่ก็เคืองเหมือนกัน แต่ก็ไปเสือกเรื่องในบ้านของเขาไม่ได้ ได้แต่คอยทำตาเขียว หรือสะกิดปรามคุณพ่อ ไม่ให้ผสมโรงไปกับเขา กับไปนั่งคุยเป็นเพื่อนคุณยายคนนั้น สอนให้แกไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น บอกว่าให้ห่วงแต่ตัวเอง พยายามทำตัวแข็งแรงไว้ ทำใจให้สบาย ให้ว่าง ให้ฟังธรรมะ สวดมนต์ ทำจิตให้สงบ เพราะลูกหลานโตหมดแล้ว ร่ำรวยแล้ว ไม่มีใครต้องห่วงแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปว่า บ้านไหนมีผู้เฒ่าผู้แก่ แทนที่จะรำคาญว่าแกแก่ ดูแลตัวเองไม่ได้ หลง ๆ ลืม ๆ เรามาช่วยกันหาวิธีช่วยแกบริหารสมองทุก ๆ วันดีกว่า จะได้ไม่หลงไม่ลืม เพราะการใช้สมองอยู่ทุกวัน คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ความจำดี และหลงลืมช้าลง อย่าละทิ้ง อย่าดูถูกคนแก่ อย่าต่อว่าท่าน อย่าพูดถากถางให้ท่านเสียใจ ช่วยกันเอาใจใส่ดูแลผู้อาวุโสในบ้านของคุณ เพื่อไม่ให้ท่าน"แก่"จะดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณอาจจะคิดว่าพวกท่านเป็นภาระ แต่สมัยก่อนล่ะ? สมัยที่พวกท่านยังช่วยเหลือตัวเองได้ ยังแข็งแรง พวกท่านดูแลเรามามากขนาดไหน เหนื่อยมาเท่าไหร่แล้ว? แล้วเราล่ะ เมื่อก่อนเคยเป็นภาระให้ท่านไหม? ตอนเด็ก ๆ เราต่างล้วนเคยเป็นภาระให้พ่อแม่ ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย คนใดคนหนึ่งมาแล้วทั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนเป็นทารก ใครล้างก้นให้เราเวลาเราอึเลอะผ้าอ้อม หรือฉี่ใส่ที่นอน? ใครที่ป้อนนมป้อนข้าว? ใครที่เลี้ยงดูเรามาจนโต?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเราเองอีกหน่อยก็ต้องแก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มองดูพวกท่าน แล้วขอให้นึกไว้ตลอดเวลา ว่าอดีตของพวกท่าน ก็เคยผ่านวัยเด็ก วัยรุ่ย วัยกลางคน มาเหมือนเรา และเราเอง อีกหน่อยก็ต้องเข้าสู่วัยชราเหมือนท่าน ปฏิบัติต่อท่านอย่างที่มนุษย์ควรได้รับ ปฏิบัติต่อท่านอย่างที่ปัญญาชนพึงปฏิบัติ อย่าให้ข้าวที่เรากินไปจากน้ำพักน้ำแรงของท่านทุกเม็ดกลายเป็นเพียงข้าว ที่กินแล้วร่างกายแปรให้เป็นขี้ แล้วก็ขับออกไป ลงโถลงท่อแล้วก็แล้วกันไป โดยไม่มีคุณค่าหรือความซาบซึ้งใด ๆ หลงเหลืออยู่ในร่างกาย จิตใจ หรือสมองของเรา&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-1550853898185816300?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/1550853898185816300/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=1550853898185816300' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/1550853898185816300'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/1550853898185816300'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2010/11/blog-post.html' title='ตัวเองไม่แก่บ้างก็ให้มันรู้ไป'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-2953564075172981497</id><published>2010-09-27T11:10:00.001+07:00</published><updated>2010-09-27T11:12:17.920+07:00</updated><title type='text'>My FFXIV Character</title><content type='html'>OK, I just need a place to display my automatically updated FFXIV signature.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Aleczan Knighthill, server Palamecia.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://sigs.enjin.com/sig-ffxiv/3931_6e33047d6c7d1d87.png"&gt;&lt;img style="float: left; margin: 0pt 10px 10px 0pt; cursor: pointer; width: 482px; height: 113px;" src="http://sigs.enjin.com/sig-ffxiv/3931_6e33047d6c7d1d87.png" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-2953564075172981497?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/2953564075172981497/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=2953564075172981497' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/2953564075172981497'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/2953564075172981497'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2010/09/my-ffxiv-character.html' title='My FFXIV Character'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-7063151442410425971</id><published>2010-08-09T23:57:00.002+07:00</published><updated>2010-08-10T00:07:35.875+07:00</updated><title type='text'>คนมาทีหลังได้ก่อน</title><content type='html'>วันนี้เจ็บใจมาก เจอคุณลุงนิสัยเกรียนคนนึง&lt;br /&gt;(แต่ไม่รู้ว่าที่จริงแล้ว เค้าก็คิดว่าเราเกรียนป่าว 555....)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือไปเดินซีคอนสแควร์กับคุณแม่ พอดีมันมีเทศกาลอาหารญี่ปุ่น ก็ขายอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ของนำเข้าจากญี่ปุ่น ฯลฯ เต็มไปหมด&lt;br /&gt;คุณแม่อยากกินทาโกะยากิมาก เห็นร้านนึงน่ากินเลยเดินไปรอซื้อ&lt;br /&gt;ส่วนเราตามไปช้าหน่อยเพราะมัวแต่ซื้อซูชิอยู่&lt;br /&gt;พอไปถึงก็เจอคุณแม่ยืนอยู่หน้าเคาเตอร์ร้าน กับคุณลุงคนนึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณแม่ก็ถามราคา ถามว่าขายยังไง กล่องเท่าไหร่&lt;br /&gt;ร้านเค้าก็ขายหลายราคา ตามจำนวนลูก เช่น 4 ลูก 75 บาท  6 ลูก 100 บาท&lt;br /&gt;เรากับแม่ก็ถาม ๆ กัน ว่าเอากี่ลูกดี กล่องเดียว 6 ลูกจะพอมั้ย ต้องซื้อเผื่อพ่อหรือน้องมั้ย ฯลฯ&lt;br /&gt;เราก็หยิบเงินแล้วบอกว่า เอากล่องนึง 100 บาทก่อนละกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ร้านเค้าก็กำลังปิ้ง ๆ แล้วก็พลิกทาโกะยากิไปมา รอให้สุกได้ที่&lt;br /&gt;เพื่อฆ่าเวลา คนขายก็โฆษณาสรรพคุณอุปกรณ์และวัตถุดิบไปพลาง ว่า สั่งซื้อมาจากญี่ปุ่น ราคาเลยแพงหน่อย แต่อร่อย&lt;br /&gt;ส่วนเราก็ถามเรื่องมันเผาที่ขายอยู่ในร้านเดียวกัน&lt;br /&gt;(จริง ๆ ต้องบอกว่ามันย่าง เพราะมันวางบนตะแกรง ใช้แก๊ส แต่พอดีแก๊สหมด&lt;br /&gt;เค้าบอกว่าต้องรอแก๊สก่อน ขายไม่ได้ ยังไม่สุก นอกจากเราแล้วมีลูกค้ามาถามซื้ออีก 2 คน ทุกคนก็ผิดหวังเดินจากไป)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วพอได้ของ คนขายเค้าก็ใส่ให้เรากับแม่ 6 ลูก เก็บเงิน 100 บาท&lt;br /&gt;แล้วแม่เราก็เดินออกไปจากหน้าร้าน&lt;br /&gt;เรากำลังจะตามไป ก็เห็นว่าคนขายเขาหยิบกล่องใหม่มา วางกระดาษ แล้วเตรียมรับออร์เดอร์จากลุง&lt;br /&gt;ที่ไหนได้ลุงโมโหมาก บอกว่า "ไม่เอาแล้ว!" ตามด้วยคำตัดพ้อ "คนมาทีหลังได้ก่อน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราก็ยินก็เหวอเลย คนขายก็ยืนเหวอสองคน&lt;br /&gt;แต่ลุงก็เดินไปแล้ว&lt;br /&gt;เราก็ตกใจแล้วถามแม่(เสียงดัง)ว่า แม่ แม่มาทีหลังเค้าเหรอ&lt;br /&gt;แม่ก็กลับหลังหันมา งงมาก ถามว่า อะไร? อะไร?&lt;br /&gt;เราก็เล่าให้ฟัง&lt;br /&gt;คนขายสองคนรีบบอกเราใหญ่เลยว่า ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก&lt;br /&gt;แม่เราก็เดินกลับเข้าไปที่ร้านแล้วบอก(ปลอบ?)คนขายว่า&lt;br /&gt;"ก็เค้าซื้อของงี่เง่าเองนี่ ไม่สั่งซะทีว่าจะเอาอะไร ถามอยู่ได้ ใครจะไปรู้ล่ะ ก็นึกว่ายืนชวนคุยเฉย ๆ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือพอมาทบทวนความจำดูอีกที ก็นึกออกว่าคุณลุงคนนั้นก็ยืนถามนู่นถามนี่ โยกโย้ ยึกยัก ไม่สั่งซะที&lt;br /&gt;แล้วก็ถามเยอะ เหมือนยืนชวนคนขายคุยนู่นนี่มากกว่า&lt;br /&gt;เดี๋ยว ๆ ก็ถามว่า ร้านนี้มีผงโรยข้างบนมั้ย เผ็ดมั้ย ซอสมีมั้ย เด็กกินได้หรือเปล่า&lt;br /&gt;(คิดดูดิ กว่าเราจะเดินตามแม่มาถึงร้าน กว่าเราจะถามเรื่องมัน กว่าคนขายจะอธิบายเรื่องแก๊สหมด&lt;br /&gt;แล้วยังมีลูกค้ามาถามเรื่องมันอีก 2 คน ซึ่งคนขายก็ตอบอธิบายไปทั้งสองรอบ&lt;br /&gt;แล้วแม่เรายังถามเรื่องข้าวโพดที่ขายในร้านด้วย มันใช้เวลานานแค่ไหน&lt;br /&gt;แต่ลุงคนนั้นก็ยังไม่สั่งสักที ถามอย่างอื่นอยู่ได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเราก็ได้ยินเหมือนกันนะว่าเค้าพูดประมาณว่า โรยแล้วราดซอสให้ด้วยนะ&lt;br /&gt;คือพูดเหมือนจะสั่งแล้วกินเลย แต่ลุงแกจนแล้วจนรอดก็ไม่ระบุว่าจะเอากล่องกี่บาท กี่ลูก&lt;br /&gt;คนขายก็ถือกล่องรออยู่นาน แม่เรา(ที่ก็ยืนอยู่นานแล้วเหมือนกัน) ก็เลยไม่ได้สนใจว่าตาลุงคงอยากได้ทาโกะยากิก่อน&lt;br /&gt;แล้วเรา(ที่มาทีหลัง ไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าด้วยเลย)ก็สั่งตัดหน้าลุง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ขำนะ ว่าคนเราแบบนี้ก็มีด้วย&lt;br /&gt;แต่ที่โมโหก็คือ เค้าว่าซะเหมือนเรามารยาททรามมาก มาแซงคิว&lt;br /&gt;แต่ไม่รอให้เราตอบหรือแก้ข่าวเลย ว่าเสร็จก็สะบัดตูดเดินหนีไป&lt;br /&gt;Hit &amp;amp; run ชัด ๆ .... โอย แค้น&lt;br /&gt;คือถ้าเราตั้งสติได้นะ (ซึ่งปรกติก็ตั้งไม่ได้หรอก เวลาทีเรื่องฉุกละหุกต้องด่ากับใคร เราคิดไม่ทันทุกที)&lt;br /&gt;เราก็คงจะเถียงลุงว่า คนมาก่อนแต่ไม่สั่งซะที กับคนมาทีหลังแต่รีบดูเมนูแล้วรีบสั่ง ร้านอาหารที่ไหน ๆ เค้าก็ต้องเสิร์ฟคนที่สั่งก่อนทั้งนั้นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่สั่งอาหารแล้วจะได้อาหารได้ไงวะ......&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-7063151442410425971?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/7063151442410425971/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=7063151442410425971' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/7063151442410425971'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/7063151442410425971'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2010/08/blog-post.html' title='คนมาทีหลังได้ก่อน'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-6717369575256668612</id><published>2009-06-28T00:32:00.003+07:00</published><updated>2009-06-28T14:39:39.722+07:00</updated><title type='text'>คำแนะนำเชิงบวก เชิงลบ</title><content type='html'>ไปมุงกระทู้นี้มา&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(240, 240, 0);font-size:100%;" &gt;&lt;strong&gt;การแปลเมนูอาหารภาษาอังกฤษ (น่ากลัวมาก) - 0 -&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D8008332/D8008332.html"&gt;http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D8008332/D8008332.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ขำอ่ะ ขำจนน้ำตาเล็ดเลย หลาย ๆ อย่างมันแบบว่า "คิดได้ไง"  หรือไม่ก็ "โอ๊ย ทำไปได้!" แล้วพออ่านเลื่อน ๆ ลงมาดู ก็สะดุดกับความเห็นหนึ่ง ที่พูดประมาณว่า "มันจะสร้างสรรค์กว่ามั้ย ถ้าเอาเวลามาช่วยบอกคำแปลที่ถูกต้องเอาไว้ แทนที่จะมานั่งหัวเราะกัน" กับอีกคนบอกประมาณว่า ที่เราหัวเราะกันเนี่ยก็เหมือนว่าคนเขียนเมนู เหมือนห้ามว่าถ้าพูดผิดก็อย่าพูด แบบนี้ใครจะกล้าพูดกล้าฝึก บลา ๆ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โถ.... คิดไกลเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แถมยังใช้คำพูดสะกิดเชิงลบอีกต่างหาก อ่านแล้วไม่ชวนให้คล้อยตามเลยขอบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนึ่งคือ กระทู้นี้เจ้าของกระทู้เจอ fwd mail ที่มีรูปเมนูที่แปลผิดทำนองว่าซับนรก เลยเอามาแชร์กันให้ขำเฉย ๆ เจ้าของกระทู้ไม่ได้เป็นคนเขียน และไม่ได้มาขอคำแนะนำ ย่อมไม่แปลกที่คนอ่านและคนตอบจะเน้นไปทางฮาและขำ และไม่มีใครแนะนำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเจ้าของกระทู้ลองบอกว่า ผมแปลได้แค่นี้ แต่อยากได้คำแนะนำว่าถูกผิดยังไง ใครรู้ช่วยแก้ไขที มีหรือคนเค้าจะหัวเราะ จะมีแต่คนช่วยน่ะสิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองคือ ถ้าอยากให้คนอ่านหรือคนตอบคนอื่น ๆ ช่วยกันแนะนำคำที่ถูกต้อง มันไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดที่ตัดพ้อแบบนี้ เพราะมันอ่านแล้วมี negative tone เหมือนตำหนิคนอื่นก่อนแล้วค่อยขอความช่วยเหลือ เหมือนกล่าวหาว่าเค้าแล้งน้ำใจ ดูดาย ไม่ช่วยเหลือคนอื่น แบบนี้คนบางคน (เช่น คนหัวดื้อแบบเรา) อาจจะรู้สึกไม่อยากช่วยขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมมตินะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ามีเพื่อนเอารูปมาให้ดู แล้วบอกว่า เป็นไง รูปชั้น วาดดีหรือยัง แกชอบป่ะ&lt;br /&gt;เราตอบว่า ไม่ดี ไม่สวย ไม่ชอบ&lt;br /&gt;เพื่อนงอน แล้วบอกว่า "มันจะสร้างสรรค์กว่าป่ะ ถ้าแกแนะนำเราว่าควรแก้ไขตรงไหน แทนที่จะว่าว่าไม่สวย ไม่ชอบ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เออ ก็เอ็งไม่ได้บอกว่าต้องการคำแนะนำ แล้วตูจะรู้ได้ไง....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำพูดชวนปีนเกลียวมากเจ้าค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำพูดนี้ยังทำให้เป็นเชิงบวกได้ ด้วยการบอกว่า&lt;br /&gt;"อ้าวเหรอ ยังไม่ดีเหรอ มีตรงไหนที่ชั้นควรแก้บ้าง ลองแนะนำหน่อยดิ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับเรา เราคิดว่าการที่จะให้คนอื่นช่วยเหลืออะไร หรือเวลาเราจะขอความร่วมมือจากเค้า หรือแม้แต่จะแนะนำอะไรที่มีประโยชน์ให้คนอื่นทำตาม เราควรจะใช้คำพูดในเชิงบวก ซึ่งนอกจากจะเป็นการถนอมน้ำใจอีกฝ่ายแล้ว ยังจะทำให้เค้ามีแนวโน้มที่จะให้ความร่วมมือมากขึ้นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกตัวอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณพ่อคนหนึ่งยกของหนัก ลูกชายนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ช่วยอะไร เพราะพ่อไม่ได้เรียกให้ช่วย&lt;br /&gt;คุณแม่เดินมาเห็นเข้า ก็บอกว่า&lt;br /&gt;Choice 1.&lt;br /&gt;"เป็นง่อยเหรอ เห็นพ่อยกของหนักทำไมไม่รู้จักช่วย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Choice 2.&lt;br /&gt;"เฮ้อ บ้านคงน่าอยู่กว่านี้ ถ้าลูกรู้จักมีน้ำใจช่วยเหลือพ่อบ้าง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Choice 3.&lt;br /&gt;"อ้าว ลูกอยู่ตรงนี้เหรอ พ่อยกของหนักน่ะ ช่วยหน่อยสิลูก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบบไหนที่ชวนให้ลูกคล้อยตามได้มากกว่ากัน?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรืออีกตัวอย่าง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนกำลังทำงานศิลปะอยู่ แล้วเราไปเห็นเข้า รู้สึกคันปากอยากบอกให้เพื่อนแก้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Choice 1.&lt;br /&gt;"อี๋ แกลงสียังไงนั่นน่ะ น่าเกลียดเชียว ใช้ไม่ได้เลย เปลี่ยนเป็นสีนี้ดีกว่านะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Choice 2.&lt;br /&gt;"โห นี่สาบานนะว่าใช้มือทำ ทำได้แค่เนี้ยเหรอ ทำไมไม่ทำแบบนี้ ๆ ๆ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Choice 3.&lt;br /&gt;"เออนี่ เราว่าสีตรงนี้มันจัดไปหน่อยนะ ลองลดให้อ่อนลงน่าจะดี หรือลองสีนี้เป็นไง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบบที่ 3 เพื่อนน่าจะรับฟังได้มากกว่า ส่วนอีก 2 แบบ ปากคนพูดอาจจะมีสี(แดง)เสียเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเห็นได้ว่าการไม่ได้ขอร้องหรือสั่งโดยตรง แต่ใช้คำพูดต่อว่าซึ่งหน้าในเชิงตำหนิ มันชวนให้โมโหมากกว่าชวนให้ทำตาม หรือถึงไม่ต่อว่าซึ่งหน้า แต่เปรยลอย ๆ เสียดสีในเชิงลบให้กระทบหู ก็ชวนให้ขัดเคืองใจอยู่ดี สู้ขอหรือบอกไปตรง ๆ เลยว่าต้องการให้ช่วย ยังน่าจะได้ผลดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระทู้นั้นก็เหมือนกัน ถ้าอยากให้คนอื่นแนะนำ ก็น่าจะบอกไปตรง ๆ เลยว่า "ผมอยากให้เพื่อน ๆ ช่วยกันแนะนำครับ ว่าควรแปลอย่างไรบ้าง เผื่อจะได้เป็นประโยชน์กับคนอื่น ๆ ต่อไป"  หรือ "ฉันอยากรู้ค่ะว่าควรใช้คำว่าอะไรบ้างถึงจะถูก เพราะเป็นคนอ่อนภาษาอังกฤษ" แค่นี้คงพูดไม่ยาก.... แต่ไม่รู้ทำไมถึงต้องเกริ่นนำในเชิงตำหนิคนอื่นก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนประเภทโคนันทวิสารมีอยู่มากมายนัก การเลือกใช้คำให้เป็นเชิงบวกจึงเป็นสิ่งสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม เพราะการพูดดี ย่อมเป็นผลดีกับทั้งคนพูดและคนฟัง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-6717369575256668612?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/6717369575256668612/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=6717369575256668612' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/6717369575256668612'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/6717369575256668612'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2009/06/blog-post_28.html' title='คำแนะนำเชิงบวก เชิงลบ'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-849286539562813208</id><published>2009-06-21T19:24:00.003+07:00</published><updated>2009-06-22T03:37:02.367+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Live Concert'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Anime no Limit'/><title type='text'>ก็น้องเสือกต่อคิวช้าเอง</title><content type='html'>*update*&lt;br /&gt;คุณหนุ่ยกลับมาตอบและชี้แจงเรื่องคำตอบที่ไม่เหมาะสมนี้แล้ว และเรา ในฐานะที่เป็นแค่คนอ่าน ไม่ได้เป็นคนโดนว่า รู้สึกว่ายอมรับได้ และไม่ค้างคาใจแล้วค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อึ้ง.......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมองปั่นป่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งง.......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เค้าพูด(พิมพ์)แบบนี้ออกมาเลยเหรอ???&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไม เราถึงเสียใจขนาดนี้.... เมื่อวานนี้เรายังสนุกอยู่เลย แล้วยังรู้สึกดี ๆ อยู่จนถึงเมื่อกี้ แต่ข้อความที่เราเห็นทำให้หัวใจที่พองโตของเราฟีบลงไปทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากตอบ แต่ไม่กล้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สงสารเค้ามั้ง....&lt;br /&gt;คิดว่าเค้าคงจะเหนื่อย และหงุดหงิดตามประสาคนที่เครียดและอ่อนเพลียกับงานใหญ่ หรือไม่ก็ เราก็ไม่อยากเชื่อว่าที่มาเขียนแบบนั้นคือตัวจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายคิดไปคิดมาก็ไม่ตอบดีกว่า เดี๋ยวจะบั่นทอนกำลังใจใครเขาเปล่า ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอ หรือที่จริงแล้วเราอยากหลอกตัวเองว่าเค้าไม่ได้เจตนาเขียนแบบนั้น เลยไม่อยากแสดงตนว่ารู้เห็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอย เศร้า....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดวนไปวนมา....&lt;br /&gt;ถ้าเป็นมิตรกันจริงควรติเตียนและตักเตือนใช่ไหม??&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เราไม่ได้สนิทกับเค้า แถมยังเด็กกว่า (น่าจะ) จะไปพูดอะไรในที่สาธารณะอย่างข่าวในเว็บแบบนั้นเค้าก็จะเสียหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้จะทำยังไงกับความรู้สึกนี้ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรารู้สึกดี ๆ กับงาน ประทับใจ ชอบ ชื่นชม&lt;br /&gt;ความรู้สึกเหล่านั้นมันคงไม่เปลี่ยนไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงแต่ตอนนี้มีอีกอย่างที่เพิ่มขึ้นมา นั่นคือ รู้สึกว่าเค้าใจร้าย และไม่ถนอมน้ำใจคนอื่น แม้แต่ลูกค้าที่อุดหนุนซื้อตั๋วของเค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียใจอ่ะ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่พิมพ์ไว้ว่าจะตอบ อยากตอบ ก็ไม่ได้กดตอบไป เก็บมาแปะแอบซ่อนไว้ในมุมมืดแห่งหนึ่งแทนก็แล้วกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แรงไปมั้งคะ....&lt;br /&gt;อ่านแล้วสะอึกเลยนะเนี่ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ เพราะคนต่อคิว เค้าเชื่อฟังสต๊าฟงาน พอสต๊าฟบอกให้ตั้งแถว เค้าก็ยอมต่อคิว แบบไม่เบียด ไม่แซง แถวยาวเป็นงูเลื้อยลงไปถึงชั้นล่าง ก็ต่อแถวอย่างมีระเบียบไม่ใช่หรือคะ ทำให้ต้องเกิดมีคนที่โชคไม่ดีไปอยู่ท้ายแถวขึ้น จนไม่ได้ลายเซ็น&lt;br /&gt;จะไปว่าว่าเขาเจือกต่อแถวช้าเองแบบนี้มันไม่ถูกนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือ ว่าออพชั่นที่ดีกว่าคือดื้อด้าน ไม่ต่อแถว ไม่ทำตามที่สต๊าฟขอ แล้วก็ไปเบียด ๆ แซง ๆ คนอื่น เพื่อขึ้นไปอยู่ข้างหน้า เพื่อให้ได้ลายเซ็นคะ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่จริงใช่มั้ยคะ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหนุ่ยเคยบอกว่า คำบางคำ บางประโยคมันทำร้ายจิตใจคนเรา ทำลายกำลังใจคนเราได้ เพราะคุณหนุ่ยเองก็เคยโดนมา ใช่หรือไม่คะ? แล้วทำไมยังใช้คำพูดทำร้ายคนอื่นได้แบบนี้ล่ะคะ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนนี้เค้าก็แค่บอกเล่า ไม่ได้เอะอะโวยวายหรือต่อว่า ด่าทอสต๊าฟนะคะ&lt;br /&gt;ก็แค่เล่าให้ฟัง ว่าไม่ได้ลายเซ็น เพราะโดนกันให้ออก&lt;br /&gt;แบบนี้แค่คุณหนุ่ยชี้แจงดี ๆ ด้วยเหตุผลก็พอมั้งคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วน เรื่องกติกงกติกาอะไรนั่น ถ้ามีก็ต้องเคารพกติกาค่ะ แต่พอดีเราเองไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีกติกาแบบนี้ (หรื่องกำหนดเวลา) ก็เลยไม่ทราบว่าทุกคนได้รับทราบกติกากันทั่วถึงแล้วหรือยัง การที่คาดหวัง แล้วผิดหวัง เป็นความผิดของคนหวังเอง ที่ไม่รู้ล่วงหน้าใช่หรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวก่อนที่งาน TGS ทางสต๊าฟก็เข้ามาปิดท้ายแถวนี่คะ ว่า ตัดแถวแค่นี้นะครับ หลังจากนี้ไม่ให้ต่อแถวแล้ว จบ พอ ให้ศิลปินได้พัก&lt;br /&gt;ถ้า รู้ล่วงหน้าแบบนี้ กั้นท้ายแถวไปเลยแบบนี้ มันเห็น ๆ อยู่แล้วอ่ะค่ะว่าเหตุผลเป็นยังไง ทุกคนก็คงจะทำตามโดยไม่บ่นไม่งอแง และที่สำคัญคือไม่เสียความรู้สึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจะให้หยุดตามที่กติกากำหนด น่าจะแจ้งให้ทราบโดนทั่วถึงนะคะ จะได้ไม่มีใครบ่น และจะได้ไม่มีใครเข้าแถวให้เมื่อยเสียเที่ยว&lt;br /&gt;เพราะถ้าเป็นเรา ลองเข้าแถวเป็นชั่วโมง ๆ แล้วสุดท้ายไม่ได้ลายเซ็นตามที่นึกฝันว่าจะได้ ก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดาค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านความเห็นของคุณหนุ่ยแล้ว เจ็บในหัวอกจริง ๆ เลย....&lt;br /&gt;(ขนาดว่าเราได้ลายเซ็นนะ ไม่ได้โดนตัดออกเพราะหมดเวลาอย่างคนที่คุณหนุ่ยว่า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าใจค่ะว่าเหนื่อย เจอคนบ่นก็คงอารมณ์ไม่ดี&lt;br /&gt;แต่เรื่องแบบนี้ชี้แจงกันดี ๆ ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูดจะดีกว่ากับทั้งสองฝ่ายไม่ใช่หรือคะ?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-849286539562813208?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/849286539562813208/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=849286539562813208' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/849286539562813208'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/849286539562813208'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2009/06/blog-post_6994.html' title='ก็น้องเสือกต่อคิวช้าเอง'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-7787848336290841996</id><published>2009-06-16T00:41:00.009+07:00</published><updated>2009-06-17T20:31:21.125+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='term'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='discriminate'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='word usage'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='meaning'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='otaku'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='discrimination'/><title type='text'>เชิดชูหรือหยามเหยียด?</title><content type='html'>คำจำกัดความ.... ที่มีใครสักคน หรือหลาย ๆ คน (หรือ....คนหลาย ๆ กลุ่ม) บัญญัติขึ้น และใช้เรียกตนเองหรือผู้อื่น มันช่างวุ่นวายซับซ้อนจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้ก็มีประเด็นร้อนว่าด้วยคำว่า โอตาคุ (Otaku) อยู่ในบอร์ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอ่อ ที่จริงมันก็มีกระทู้เรื่องคำว่าโอตาคุอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเชิงวิเคราะห์วิจารณ์ตัวคำศัพท์ คำว่า "โอตาคุ" หรือวิจารณ์ตัวบุคคล ที่ถูกขนานนามว่าโอตาคุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หนนี้ดูเหมือนมันจะวุ่นและร้อนกว่าเดิม เพราะเป็นกระทู้ของดันไบน์ยอดนักกิน (เอ๊ะ เหมือนจะไม่เกี่ยว?)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือมันฮ็อตเพราะกระทู้ดูมีความเกี่ยวเนื่องกับอีกกระทู้นึงใน pantip&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนตัวแล้วสำหรับกระทู้โหวตของดันไบน์เรื่อง&lt;a href="http://www.gamer-gate.net/index.php?a=bbs&amp;amp;b=view&amp;amp;id=43273"&gt;ความหมายของคำว่าโอตาคุ....&lt;/a&gt; เรารู้สึกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- เป็นคำที่คนไทยนำมาใช้เกร่อเกินไป (แอบเบื่อเป็นการส่วนตัว ว่างั้นเถอะ ฮ่า ๆ)&lt;br /&gt;- เป็นคำที่คนหลายคนเพิกเฉยต่อความหมายดั้งเดิมในภาษาต้นฉบับ แล้วนำมาใช้แบบหลงผิดอยู่มาก&lt;br /&gt;- เป็นคำที่ถูกนำมาใช้เป็น brand name เพื่อการโฆษณามากเกินไป&lt;br /&gt;- เป็นคำที่บางคนหลงคิดว่าโก้ เท่ เจ๋ง และใช้เรียกตนเองหรือคนอื่นอย่างเชิดชู (จะบอกว่าเห็นแล้วหมั่นไส้ ก็คงใช่)&lt;br /&gt;- เป็นคำที่หลาย ๆ ครั้ง หรือหลาย ๆ บริบท ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ แต่ก็ยังดั๊นนนมีคนเอามาใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจจะหัวโบราณ หรือเชยไปหน่อย แต่บางทีเห็นแล้วก็ข้องใจว่า ทำไมต้องโอตาคุ? ใช้คำว่าแฟนคลับ แฟนเพลง แฟนอนิเม คอเพลง คอการ์ตูน ไม่ได้เหรอ? หรือว่าคำญี่ปุ่นมันโก้หรูหว่า โจ๋กว่า? เลยใช้คำไทยหรืออังกฤษแล้วไม่รู้สึกว่า "เพียงพอ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนอาจจะบอกว่าอ้าว ก็สมัยนี้สังคมเปิดกว้างแล้ว คำมันเลยเริ่มเปลี่ยนความหมายไป คนบางกลุ่มเริ่มยอมรับได้ ไม่ถือว่ามันเป็นคำแง่ลบแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อืม แต่ว่า "คนบางกลุ่ม" นั่นก็ไม่ใช่ "สังคมทั่วไป" อยู่ดีไม่ใช่เหรอ? ทำไมต้องพยายามตะเกียกตะกายไปใช้คำที่มีเพียงคนจำนวนไม่มากที่เข้าใจตรงกับเรา หรือมองคำนี้ว่ามีความหมายแบบเดียวกับที่เราต้องการด้วยล่ะ?  เพราะถ้าเป็นตัวเราเอง เราเลือกใช้คำที่เข้าใจตรงกันเป็นส่วนใหญ่มากกว่า หรือไม่ก็เลือกคำที่สื่อความหมายตรงกับที่สังคมวงกว้างใช้กันมานานแล้ว ไม่ใช่ไปเลือกคำที่ความหมายเพิ่งกลายพันธุ์ไปมาใช้แทน  เพราะบางคน(และน่าจะมีจำนวนมาก)เขาไม่ได้อัพเดทข้อมูลบ่อย ๆ ขนาดนั้น.... ทำให้ประสิทธิภาพในการสื่อสารให้เข้าใจความหมายมันยิ่งลดลงไปอีกโดยใช่เหตุ จริงไหม?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะว่าเป็นพวกขวางโลกก็ได้ แต่เราเองมักจะไม่เห็นด้วยกับการตามกระแส ตามแฟชั่น (โดยเฉพาะการตามแบบเฮตามคนอื่นไปเรื่อย โดยที่ไม่ได้ดูความเหมาะสม) ก็เลยทำให้รู้สึกคิ้วกระตุก ๆ เวลามีใครมาเที่ยวเรียกคนนู้นคนนี้(แบบเชิดชู)ว่าเป็นโอตาคุ แจ๋ว เจ๋ง แน่....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็อย่างที่เคยเขียนไว้ในบล็อกอีกหน้า เรื่อง &lt;a href="http://shinzei.blogspot.com/2009/06/blog-post.html"&gt;คำก็โอตาคุ สองคำก็โอตาคุ &lt;/a&gt;ว่ามันไม่มีความจำเป็นต้องแบ่งแยกขนาดนั้น เพราะขอโทษนะ จำต้องพูดตามความสัตย์จริง ว่าเท่าที่เห็นตามเว็บบอร์ดต่าง ๆ ในปัจจุบันเนี่ย คนที่แบ่งแยก คือคนที่แบ่งแยกแบบเชิดชูความเป็นโอตาคุ มากกว่าคนที่แบ่งแยกเพราะหยามเหยียด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไม่อยากถูกมองว่าแปลกแยก แล้วเราจะแบ่งกลุ่มตัวเองออกไปทำไมล่ะเนี่ย?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าภูมิใจที่ได้เป็น "อะไร" ที่เรานิยามไว้สวยหรูเองแล้ว จะแคร์ทำไมว่าคนอื่นมองคำ "นิยาม" นั้นว่าอย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ ใช่หรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ากลัวไฟแล้วไซร้ย่อมสำแดงว่าเป็นทองไม่แท้?!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;คือคนอื่นจะคิดเห็นอย่างไร จะไม่ชอบ จะมองแง่ลบ หรือจะมีอคติกับคำว่าโอตาคุ ก็ไม่ใช่ความผิดของเขาถ้าเราเป็นคนเอาตัวไปผูกอยู่กับคำว่าโอตาคุเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่จริง.... ถ้าคนกลุ่มหนึ่งบอกว่าโอตาคุไม่ดีอย่างงู้นอย่างงี้ เช่น ไม่เอาสังคม ไม่มีสามัญสำนึก พูดจาไม่รู้เรื่อง วัน ๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับงานอดิเรก ..... เช่นนั้นแล้ว ใครที่ยังพูดรู้เรื่อง มีสามัญสำนึกดีอยู่ ยังมีสังคมภายนอก หรือไม่ได้หมกมุ่นจนเกินเหตุ ก็ย่อมไม่เข้าข่ายโอตาคุในสายตาของผู้วิจารณ์กลุ่มนั้น ดังนั้นจะมาร้องแรกแหกกระเชอ ว่าคนกลุ่มนั้นวิจารณ์เราเสีย ๆ หาย ๆ หรืออคติ เหยียดหยามเรา รังเกียจเรา แบ่งแยกเรา มันก็ไม่ถูกละ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt; เพราะตัวเองไม่ใช่ ไม่ได้เข้าข่ายที่เขาวิจารณ์เสียหน่อย!&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าคุณเอาตัวเองไปผูก ไปยึดติดไว้กับคำว่าโอตาคุ โดยไม่สนใจ "คุณสมบัติ" ที่คนอื่นเขานิยามให้ ก็กลายเป็นว่าไม่ว่าเขาจะว่าอะไรร้าย ๆ ก็เข้าตัวคุณหมด?!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าคุณสมบัติของเราไม่เข้าข่าย ไม่สมควรโดนรังเกียจ ก็อย่าเอาตัวเองไปผูกติดกับมันสิคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ แล้วก็อย่าลืมว่า อคติ มี 4 ประเภท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ฉันทาคติ    ลำเอียงเพราะรัก หรือชอบ&lt;br /&gt;2. โทสาคติ    ลำเอียงเพราะโกรธ หรือเกลียด&lt;br /&gt;3. โมหาคติ    ลำเอียงเพราะหลงผิด หรือไม่รู้ ไม่พิจารณา&lt;br /&gt;4. ภยาคติ    ลำเอียงเพราะเกรงอิทธิพล กลัวเสียผลประโยชน์ หรือกลัวเสียชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อคติจึงไม่ได้มาจากฝ่ายที่ "ไม่ชอบ" เท่านั้นเสมอไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปอีกครั้ง Final word... ความเห็นส่วนตัวนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(255, 153, 255);font-size:130%;" &gt;คนอื่นจะคิดเห็นอย่างไร จะไม่ชอบ จะมองแง่ลบ จะเลือกแปลแต่ความหมายด้านร้าย หรือจะโทสาคติกับคำว่าโอตาคุ ก็ไม่ใช่ความผิดของเขา ถ้าเราน่ะแหละที่เป็นคนเอาตัวของเราไปผูกอยู่กับคำว่าโอตาคุเอง&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-7787848336290841996?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/7787848336290841996/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=7787848336290841996' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/7787848336290841996'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/7787848336290841996'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2009/06/blog-post_16.html' title='เชิดชูหรือหยามเหยียด?'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-521564571490843151</id><published>2009-06-13T16:54:00.007+07:00</published><updated>2009-06-16T09:59:24.522+07:00</updated><title type='text'>ซ้ำเติม?</title><content type='html'>โอ๊ยเบื่อค่ะ คนที่ชอบทำตัวเป็นพ่อพระแม่พระ แล้วบอกว่า "พอเถอะ ใครถูกใครผิดก็อย่าพูดถึงเลย" หรือ "จะไปตำหนิเขาทำไม ซ้ำเติมกันชัด ๆ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระแดะค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดทราบนะคะ คนเราเวลาเกิดปัญหาหรือก่อปัญหาขึ้นมาแล้ว ย่อมต้องมีการพยายามจะแก้ไข แล้วถ้าไม่ขุดให้ลงไปถึงรากของปัญหา ไม่พินิจวิเคราะห์ว่าทำไม เพราะอะไร เหตุใด ปัญหาจึงเกิดขึ้น แล้วเมื่อไหร่มันจะแก้ปัญหาได้ล่ะคะ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่คนอื่นวิจารณ์ด้วยเหตุผล (และข้อเท็จจริง) ว่าเราทำอะไรผิด เราไม่ควรทำอะไร ตำหนิเรา ติเตียนเรา ตักเตือนเรา ไม่ได้หมายความว่าเค้าต้องการซ้ำเติมให้เราล้มแล้วลุกไม่ขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เค้าอยากให้เมื่อเราลุกได้แล้ว เราจะไม่ล้มอีหรอบเดิม ๆ อีกต่างหาก!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไม่รับฟังคำวิจารณ์ ปิดหู ปิดตา มองข้ามความจริงอันโหดร้าย (ที่คนอื่นเอามาประเคนให้) แล้วหันไปฟัง ไปซุกอ้อนอยู่แต่กับกลุ่มคนที่ปลอบใจเรา โอ๋เรา เข้าใจเรา และไม่เค้ยไม่เคยที่จะตำหนิเราเลย....คนเราจะเติบใหญ่ได้หรือคะ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเติบโตได้ต้องรับไว้ทั้งการชมเชยและการติเตียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การชมเชยมีไว้เพื่อเป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดันเมื่อเราทำดี ทำถูก ทำสำเร็จ จะได้มีพลังในการทำสิ่งอื่นที่ดีต่อ ๆ ไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การติเตียนมีไว้เพื่อสั่งสอนเราให้หลาบจำ ว่าอะไรไม่ควร อะไรที่ทำให้เราพลาด เพื่อที่ในอนาคตเราจะได้ไม่ทำพลาดซ้ำอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กที่เลือกกินแต่อาหารที่มีรสชาติดี อาหารที่ตนชอบ กินขนมหวานเพราะอร่อย โดยไม่ยอมกินผักที่ขม ๆ หรือปลาที่คาว ๆ ไม่กินอาหารที่มีประโยชน์แค่เพราะคิดว่ามันไม่อร่อย ย่อมโตมาเป็นเด็กสุขภาพไม่แข็งแรง และอาจจะขาดสารอาหารด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตคนเรา ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็เปรียบได้เช่นนั้นแหละค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเราไม่มีใครหรอกที่ไม่เคยผิดพลาด แต่คนที่ผิดพลาดแล้วต่างหาก ที่ต้องเลือกว่าเราจะยอมรับความจริง ยอมรับความผิดพลาดของเรา แล้วน้อมรับฟังความคิดเห็น คำวิจารณ์ คำตำหนิติเตียนไว้ เพื่อนำมาเรียนรู้ พัฒนา ปรับปรุงตนเองหรือสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช่ค่ะอดีตแก้ไขไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดไปตอนนี้ (หลังจากเกิดความเสียหาย ความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว) ก็ไม่ได้ช่วยให้อดีตดีขึ้น และไม่ได้ช่วยให้ปัญหาหายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็เพราะว่าคนเราแก้ไขอดีตไม่ได้น่ะสิคะ ถึงต้องมีการวิจารณ์เกิดขึ้น!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนำมาปฏิบัติในปัจจุบัน และส่งเสริมอนาคตให้ดีกว่าอดีต!!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ามีใครติเพื่อก่อ ให้เหตุผลตามความเป็นจริง พูดเรื่องจริง ต่อให้มันทิ่มแทง เสียดแทงใจคุณ แต่ในเมื่อคุณทำผิดจริง ๆ คุณก็ควรจะรับมันไว้ และนำมาปรับปรุงตนเองต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่แย่สำหรับผู้ทำผิดพลาด บางครั้งก็ไม่ใช่ตัวเอง แต่อาจเป็นคนรอบข้างที่โอ๋จนเกินเหตุ พอมีใครมาบอกความจริง มาวิจารณ์ตรง ๆ มาติเตียน ก็ตั้งป้อมต่อว่า หาว่าคนอื่นซ้ำเติม เหยียบย่ำ แล้วคนโอ๋ก็ช่วยกันปิดหูปิดตา โอบอุ้มคนผิดพลาดให้อยู่ในโลกจอมปลอมของการปลอบใจต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ามีแต่คนมาชี้ด่า หาว่าเหยียบย่ำ ซ้ำเติม อีกหน่อยก็จะไม่มีใครกล้าวิจารณ์ ไม่มีใครกล้าติ เมื่อไม่มีการติ ก็ไม่มีใครชี้ให้เห็นถึงข้อเสียหรือสิ่งที่ไม่ควรทำ แล้วมนุษยชาติก็จะไม่เจิญก้าวหน้า....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 204, 204);"&gt;เพื่อนแท้ไม่ใช่คนที่ยิ้มให้เราทุกสถานการณ์ แต่คือคนที่ยอมบึ้งตึงใส่เราเมื่อเห็นว่าเรามีข้อเสีย และยอมตักเตือนเราเพื่อให้เราปรับปรุงตน แทนที่จะปล่อยให้ข้อเสียของเราคาราคาซังอยู่แบบนั้นโดยแสร้งทำเป็นลืมหรือมองไม่เห็น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำพังเพยไทยยังใช้ได้อยู่นะคะ....&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 153, 255);font-size:130%;" &gt;"หวานเป็นลม ขมเป็นยา"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่แหละค่ะคือมุมมองของฉันในเรื่องนี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-521564571490843151?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/521564571490843151/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=521564571490843151' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/521564571490843151'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/521564571490843151'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2009/06/blog-post_13.html' title='ซ้ำเติม?'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-2609557843917710584</id><published>2009-06-12T19:15:00.009+07:00</published><updated>2009-06-17T20:29:54.475+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='word usage'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='blind fashion'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='meaning'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='otaku'/><title type='text'>คำก็โอตาคุ สองคำก็โอตาคุ!</title><content type='html'>ไปมุงกระทู้ pantip มาอีกแล้วค่ะ โอ๊ยขัดใจมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถูกใจหลาย ๆ ความเห็น ที่ร่วมชี้แนะ(หรือวิจารณ์)อย่างสุภาพและมีเหตุผล บางอันน่าให้กิ๊ฟมาก ๆ แต่ช่างเป็นที่ทรมานใจเหลือเกินเพราะกิ๊ฟของเดือนมิถุนายนนี่หมดไปตั้งแต่ต้นเดือนแล้วค่ะ เหอะ ๆ (ประมาณว่าหมดตั้งแต่วันที่ 2....) และบางข้อความก็ช่างทำให้ขัดใจเป็นยิ่งนัก!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นก็ คำว่าเจ๊ง เจ๊งค่ะ &lt;span style="font-size:180%;"&gt;เจ๊ง!&lt;/span&gt; เจ๊งที่แปลว่า ล่ม ล้ม พัง มันสะกดแบบนี้ คือใช้ไม้ตรีค่ะท่านผู้ชม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็คำว่า บริษัท.... เข้าใจว่าเผลอจิ้มคีย์บอร์ดผิด แต่อะไรมันจะผิดได้ในทุกประโยคที่กล่าวถึงคะเนี่ย คีย์ไม้หันอากาศก็ไม่ได้เสีย (สังเกตจากคำอื่น ๆ สามารถใช้ไม้หันอากาศได้ตามปรกติ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเป็น Chat ที่พิมพ์สด กด enter สด ก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ คนเรามันเผลอผิดกันได้ เราเองก็จิ้มผิด พิมพ์พลาด หรือกด shift ผิดจังหวะบ่อย ๆ แต่นี่โพสต์กระทู้แท้ ๆ ก็ยังผิดซ้ำซากหลายรีพลายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังมีอีกคำ แต่คำนี้เห็นคนอื่นสะกดผิดบ่อยเหมือนกัน คือคำว่า โอกาส ซึ่งเผลอใช้ ศ. สะกดแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านแล้วหงุดหงิดในหัวใจ ตามประสาคนทำงานกับตัวอักษรค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(และตามประสาคนประเภท "เรารักภาษาไทย" ก็อยากติงมาก ๆ เลยนะ ถ้าสนิทกันคงเตือนแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ซี้กัน ไม่ถือ แต่แบบ....เราไม่รู้จักมักจี่อะไรเค้าเลย ไม่ใช่คนคุ้นเคยกัน จะไปละลาบละล้วงท้วงเค้าเรื่องการพิมพ์ผิดหรือการสะกดผิดก็รู้สึกว่ามันจะจาบจ้วงเกินไป เดี๋ยวจะมีคนอื่นมองว่าจับผิดไม่เข้าท่า - สรุปคือกลัวเสียภาพลักษณ์เลยไม่เตือน เงิก.... เห็นแก่ตัวไปมั้ยนี่?)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหานอกเรื่องหมดไป มาถึงปัญหาของเนื้อหาในกระทู้....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นอยากบอกว่ากระทู้นั้นมีคนเข้ามารติเพื่อก่อมากมาย ซึ่งน่าจะมีประโยชน์ในอนาคตสำหรับทีมงาน เพราะคนเราย่อมเรียนรู้จากความผิดพลาด และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปรับปรุงปัจจุบันเพื่อให้อนาคตดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ดีค่ะ ความเห็นหลาย ๆ ความเห็นก็มีประโยชน์ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ตงิด ๆ รำคาญคำว่า Otaku ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำนี้ปัจจุบันนำมาใช้กันเกร่อเกินไป และบางครั้งดูยัดเยียด ๆ ยังไงบอกไม่ถูก (โดยเฉพาะในกระทู้บางกระทู้ของ pantip รู้สึกจะเชิดชูบูชาคำว่าโอตาคุกันซะจนเลิศลอยเหลือเกิน) บางทีก็เอามาใช้เรียกคนอื่นเหมือนเป็นคำสรรเสริญ.... เห็นแล้วปวดขมับค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือจริง ๆ คนเราใครจะเป็นโอตาคุหรือไม่เป็น ตัวเองหรือคนรอบข้างอาจจะรู้ดีที่สุด และใครจะมองคำว่าโอตาคุยังไง ก็คงเป็นทัศนคติส่วนตัวของคนนั้น แต่อย่าลืมนะคะว่าคนเราไม่ได้มองทุกอย่างเหมือนกันหมด บางคนที่ชอบคำว่าโอตาคุ รู้สึกว่ามันโก้ดี แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร โดดเด่นและเป็นตัวของตัวเอง คนอื่นอาจจะไม่มองคำคำนี้อย่างที่คุณมองก็ได้!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับเราคำว่า Otaku นี่มันกินดีกรีหนักกว่าเป็นแค่ geek หรือ nerd ธรรมดา ๆ ถ้าให้เทียบกับภาษาอังกฤษ ก็คงประมาณเกือบ ๆ พวก no life&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่ง No life ในภาษาอังกฤษหมายความถึงพวกที่หมกมุ่นอยู่กับงานอดิเรก (ส่วนมากหมายถึงเกม โดยเฉพาะเกมออนไลน์ หรือหมายถึงโลกไซเบอร์ จำพวกเว็บบอร์ด) จนไม่มี "ชีวิต" ในโลกจริง คือหมกตัวอยู่แต่ในโลกออนไลน์ วัน ๆ เฝ้าแต่เว็บบอร์ด หรือคอยรีเฟรชกระทู้เพื่อรีบตอบอย่างฉับพลัน ซึ่งคำด่าที่คนอื่นจะงัดออกมาใช้ก็คือ "Get a life" ความหมายก็คือประมาณว่า "มึงช่วยไสหัวไปแล้วไปหาอะไรทำนอกจอเถอะ กูรำคาญมึง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และส่วนมากคนที่จะโดนว่าขนาดนี้ ต้องทำตัวงี่เง่าในระดับหนึ่ง เช่นยึดติดกับของหรือชื่อเสียงออนไลน์มากเกินไป ทำตัวงอแง ขี้วีน จองล้างจองผลาญอีกฝ่าย (ที่เป็นแค่ชื่อสมมติในเว็บ หรือตัวละครสมมติในเกม) แล้วทำตัวเหมือนวัน ๆ ว่างมาก คอยที่จะตอแยอีกฝ่ายอยู่เนือง ๆ หรือไม่ก็เป็นพวกอวดโอ่ โอหังด้วยศักดาออนไลน์ของคน ว่าข้าแน่ ข้าเจ๋ง (ประมาณว่ามี e-peen เยอะ โม้ทับถมคนอื่น) พวกนี้ก็อาจถูกตราหน้าว่า no life ได้เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งคนเราถ้าถึงขั้นเพื่อนว่า หรือคนอื่นด่าว่าเป็นพวก No life, หรือว่าใส่หน้าว่า "You have no life." ไม่ก็ไล่เราให้ Get a life นี่ก็ควรพิจารณาตนเองได้แล้ว ว่าทำอะไรที่มันสุดโต่งไปรึเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่ะ สำหรับเรา Otaku ก็เป็นคำบรรยายถึงกลุ่ม Extreme (สุดโต่ง) พวกนั้นเช่นกัน แต่จะโต่งแค่ไหนก็คงแล้วแต่รายบุคคลไป โต่งมากโต่งน้อยตามอัตรา บางระดับก็ยังเป็นที่ยอมรับของเพื่อนฝูงเพราะไม่ก่อความอับอายขายหน้าหรือความเดือดร้อนให้ใคร แต่บางทีอาจถึงขั้นเพื่อนไม่คบ ไม่ว่าตนเองจะทำตัวเองให้ไม่น่าคบ หรือเพื่อน ๆ จะเป็นฝ่ายตีตัวออกห่างก่อนด้วยเหตุผลนานาก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และมันไม่ใช่คำประเภท quality ที่จะนำมาใช้อวดโอ่สรรพคุณหรือเยินยอใครเลยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่คุณเป็นนั้น ไม่ว่าจะเป็นอะไร สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ชื่อสรรพคุณ ชื่อกลุ่ม หรือคำบรรยายที่คนอื่นมอบให้ แต่คือตัวตนของคุณ เนื้อแท้ของคุณ ว่ามีคุณค่าแค่ไหน ดังนั้นมันมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาขนานนามตัวเองหรือคนอื่นว่า Otaku อย่างยัดเยียด ๆ ขนาดนั้น?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างเราเองที่เป็นสาววาย (ยาโอย) ก็รู้ตัวว่าเป็นและชอบ และมีรสนิยมแบบนี้ แต่มันก็ไม่ใช่ธุระ ไม่ใช่เรื่องที่ควรภาคภูมิใจแล้วเที่ยวไปตีกลองร้องป่าวว่าอิฉันเป็นสาววายนะเจ้าข้าเอ๊ยยยย หรือไปเที่ยวติดประกาศบ่งบอกว่าคนนี้ คนนู้น คนนั้นเป็นสาววายเหมือนอิฉัน!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะไปดึงดูดความสนใจของสังคมทำไมคะ ในเมื่อเราอยู่เงียบ ๆ ของเราก็มีความสุขกับงานอดิเรกชนิดมีรสนิยมเฉพาะทางของเราเองได้ คนอื่นไม่รู้ก็ไม่เสียหาย คนอื่นไม่รู้จักก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรเลยกับรสนิยมของเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเราจะรู้ได้ยังไงว่า คนอื่นที่เราเที่ยวไปประกาศติดยี่ห้อให้เขา ว่าเป็นสาววาย สาวกวาย เป็นแม่ยกวาย บลา ๆ เขาจะชอบคำที่เราเลือกให้เขา? หรือถึงเขาจะไม่ได้"ไม่ชอบ"ถูกเรียกเช่นนั้น แต่ก็อาจจะไม่ได้อยากเปิดเผยตัวตนก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวเองอยากจะเป็นอะไรก็เป็นไปเถอะ และถ้ารักจะป่าวประกาศตัวเองก็เรื่องของคุณค่ะ แต่ไม่ต้องมาช่วยประกาศให้ฉัน ขอบคุณนะ เกรงใจมากเลย ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้ ขี้เกียจจ่ายค่าโฆษณา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และถ้ามีคนมาชี้ประกาศตัวฉันว่า "นี่ไงสาวโอตาคุยาโอย" อิฉันก็คงจะสะบัดหน้าเชิด เดินหนี ไม่คุยด้วยค่ะ ไม่คบ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเป็นคำญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นใช้กันยังไงก็รู้ ๆ กันอยู่ แต่พอนำเข้ามาประเทศไทย มันถูกแล้วเหรอที่จะมาบัญญัติความหมายใหม่หรือ "usage" ใหม่ให้มัน?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกตัวอย่าง....&lt;br /&gt;ใครจะเรียกเส้นโซบะว่าเส้นราเมงก็ตามใจเถิดค่ะ ถ้าจะอ้างว่าก็มันเป็นเส้น ๆ ทำจากแป้งเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่อ่ะกิ๊ฟฟฟฟฟ มันม่ายช่ายยย! อิฉัน(และคนอื่น ๆ)ไม่เรียกด้วยหรอกนะคะ! และขอให้คุณรู้ไว้ด้วยว่าคุณเองก็จะสื่อสารกับคนอื่นได้ยากด้วย ตราบใดที่ยังใช้คำผิดความหมายแบบนี้ต่อไป และอ้างว่ามันเป็นอคติส่วนตัว บลา ๆ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ ในกระทู้เห็นมีคนบ่น ๆ ว่าคนไทยปิดกั้น มีอคติกับคำว่าโอตาคุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แหม ปิดกั้นอะไรคะ คนเราถ้าสนใจเรื่องคล้าย ๆ กันแล้วล่ะก็ไม่มีการแบ่งแยกชัดเจนขนาดว่า "อย่ามาใกล้ชั้น ไปทางโน้นไป๊ ชิ่ว ๆ" หรอกค่ะ แต่ไอ้การแบ่งกลุ่มหรือติดยี่ห้อว่าเป็นโอตาคุ บลา ๆ ๆ นี่ต่างหากล่ะคะ ที่จะปิดกั้นตัวคุณเอง ก็คนที่มาชี้บอกหรือเรียกคนอื่น(และตัวเอง)ว่าโอตาคุเนี่ยไม่ใช่เหรือคะ ที่กำลังแบ่งกลุ่มแยกออกไปใหม่เอง? ก็ดูเอาแล้วกันว่าใครกันแน่ที่แบ่งแยกหรือปิดกั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงจะไม่ได้พูดออกมา หรืออ้างว่าไม่เค้ยไม่เคยแบ่งแยก แต่หลาย ๆ อย่างที่สื่อออกมาโดยนัย ๆ มันทำให้อดคิดไม่ได้ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าอยากเข้าพวกต้องเป็นโอตาคุ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าอยากร่วมสนุกด้วยต้องยอมถูกเรียกว่าโอตาคุ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบบนี้คนที่ไม่สะดวกใจจะเรียกตัวเองว่าโอตาคุ ก็ต้องมีบ้างล่ะที่สนแต่ไม่ยอมเข้าร่วม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหอะ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วจะโอตาคุกันไปเพื่อ??&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่ไม่คิดอะไรหรือไม่ถือสาก็อาจจะมีค่ะ แต่ยกตัวอย่างว่าสมมติมีคนหมู่หนึ่งจะไปทำอะไรสักอย่าง เช่น วิ่งมาราธอน แล้วคนที่ให้สัญญาณเริ่มวิ่งดันตะโกนว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เอ้า มาราธอนสำหรับพวกบ้าทั้งหลายกำลังจะเริ่มแล้ว 3 2 1!! Go!"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่ไม่วิ่งเพราะแย้งว่า "ผมไม่บ้า" หรือคนที่ยืนลังเลคิดอยู่ว่า ผมจะเป็น"ไอ้พวกบ้า"กับเค้าดีรึเปล่า ก็คงมีค่ะ และไม่ผิดด้วย คนที่ไม่ถือ และวิ่งโดยคิดว่าก็ผมมาเพื่อวิ่งมาราธอน คนอื่นจะประชาสัมพันธ์งานนี้ว่าไงก็ช่าง ก็คงมีเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าในเมื่อนักวิ่งทั้งหมดคือกลุ่มเป้าหมาย คนประกาศก็ควรจะคำนึงถึงทั้งกลุ่ม ไม่ใช่ดูแต่กลุ่มหลังเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเลือกใช้คำ มีผลในชีวิตจริงและกิจกรรมต่าง ๆ มากค่ะ เพราะคำพูดนั้นวิเศษนัก จะบันดาลให้อะไรสำเร็จหรือล้มเหลวก็ได้ทั้งนั้น จะสร้างมิตรหรือสร้างศัตรูก็ได้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับการใช้ให้เหมาะสมจริง ๆ ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เออคนประกาศโฆษณาเขาบอกว่า ไม่ได้จำกัดแต่โอตาคุนะ เพลงเนี่ยใคร ๆ ก็ชื่นชอบได้ คอนเสิร์ตก็เปิดเพื่อคนทั่วไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่ม บลา ๆ ๆ แต่ไอ้การโหมโฆษณาโดยยึดคำว่าโอตาคุเนี่ย มันชวนให้คิดจริง ๆ ค่ะ รู้สึกเลยค่ะว่ากำลังโดนแบ่งแยก (ไม่ว่าจะแบ่งแยกว่าเราใช่ หรือแบ่งแยกว่าเราไม่ใช่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชอบจังคคห.ที่บอกว่า&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;font-size:130%;" &gt;"คำก็โอตาคุ สองคำก็โอตาคุ (ถ้าจะต่อมุขคุโรมาตี้ต้อง "บรรพบุรุษแกเป็นโอตาคุหรือไงฟะ")"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างฮา!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ป.ล. อิฉันจะไปดูค่ะ คอนเสิร์ตนี้ แต่อิฉัน &lt;span style="font-size:130%;"&gt;"ไม่ ใช่ โอ ตา คุ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นแค่เพียงเด็กรุ่นเซนต์เซย์ย่า รุ่นดรากอนบอลค่ะ หุ ๆ ๆ&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 255, 255);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-2609557843917710584?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/2609557843917710584/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=2609557843917710584' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/2609557843917710584'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/2609557843917710584'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2009/06/blog-post.html' title='คำก็โอตาคุ สองคำก็โอตาคุ!'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-7402838734335843931</id><published>2009-05-30T16:19:00.005+07:00</published><updated>2009-05-30T17:22:44.108+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='pantip'/><title type='text'>โกหก ?</title><content type='html'>งืม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งื่ออออออ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แรงจริง ๆ กระแสแรง และคดีก็แรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปมุงมาจนเมื่อยลูกกะตา บัดนี้เห็นหน้าจอสีม่วงกลายเป็นสีกรมท่า และสีกรมท่าก็มองไม่ออกว่าเขียวหรือน้ำเงิน เอ้อ เอากับมันสิ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องโกหกหรือไม่โกหกเนี่ยนะ.... เอ้อ จะว่าไงดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรกติเป็นคนที่ไม่ค่อยกล่าวหาคนอื่นว่าโกหกอยู่แล้ว ประมาณว่าใครเล่าอะไรมาก็เชื่อ โดนอำบ่อย ๆ แต่ก็เชื่อ จะว่าโชคดีก็ได้ที่เวลาโดนอำโดนหลอก จะไม่ค่อยมีพิษมีภัยอะไรกับชีวิต และไม่ได้ไปเสียทรัพย์อะไรให้ใคร ส่วนมากอำกันขำ ๆ มากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างเช่น ตอนเรียนมัธยม ไปเยี่ยมคุณลุงคุณป้าที่อเมริกา เห็นคุณลุงขับรถเร็วกว่ากำหนด (ถนนติดป้ายกำจัดความเร็ว 55 mph คุณลุงเหยียบไป 60+) เลยถามคุณลุงว่า ขับเร็วแบบนี้ไม่เป็นไรเหรอ คุณลุงบอกว่า "อ๋อ เข็มไมล์มันเสีย จริง ๆ ลุงขับแค่ 40" อืม เราก็เชื่อ แล้วคงทำหน้าเชื่อออกนอกหน้าไปหน่อย คุณลุงกลั้นยิ้ม แล้วสักพักก็หันมาลูบหัวบอกว่า "ไม่ใช่หรอก ที่จริงลุงขับเกินกำหนด แต่แถวนี้ขับเกินแค่ 5-10 ไมล์ เค้าไม่จับ" อืมนะ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรืออย่างเพื่อนก๊วนแบดมินตัน ตอนไปเจอกันครั้งแรก มีเพื่อน ๆ ผู้ชายสองคนแนะนำตัวทำนองว่า เฮ้ยเราเรียนมัธยมที่เดียวกันนะ ตอน ม.ต้นที่เธอเคยโดนลูกบาสกระแทกหัวอ่ะ เราขอโทษ เราเป็นคนทำเองแหละ เอ้อ.... ก็ตอนนั้นเราไม่เห็นนี่ว่าใครเป้นคนชู้ตลูกนั้นมาลงหัวเรา (ก็มันโดนแล้วแหง่กไปเลย เพื่อน ๆ หิ้ว ๆ ลาก ๆ ไปพักที่ห้องพยาบาล จะไปรู้ได้ไงว่าใครโยน....) เราก็เชื่อดิ แล้วก็บอกเค้าว่า เออเฮ้ยไม่เป็นไรหรอก มันเป็นอุบัติเหตุ..... ก็คงทำหน้าตาเชื่อแบบออกหน้าออกตาไปหน่อย เค้าเห็นแล้วสงสาร เลยทนไม่ไหว เฉลยออกมาเองว่า เฮ้ยเราอำเธอ เราไม่ได้เรียนที่นั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;=_=;;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามว่าเราเชื่อคนง่ายเกินไปหน่อยมั้ย?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้สิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถึงเราจะเชื่อก็ไม่ได้เชื่อแบบหัวปักหัวปำ หรือรีบไปทำตามที่คนอื่นบอกในทันทีหรอกนะ ส่วนมากที่เชื่อทันทีเลยเนี่ย จะเป็นพวกเรื่องเล่า หรือคำบอกเล่ามากกว่า บางครั้งขนาดตัวเราเอง เรายังไม่แน่ใจเลยว่าเราเชื่อเค้าเพราะเชื่อจริง ๆ หรือเชื่อเพื่อถนอมน้ำใจคนเล่า หรือเชื่อเพราะมารยาทกันแน่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างเด็กหนุ่มคนนึงที่เจอในเกม FFXI จำไม่ได้ว่าเป็นคนฮ่องกงหรือเปล่า แต่ประมาณว่าไปเรียนที่อเมริกา  ที่มีเรื่องมาเล่าบ่อย ๆ เช่น เรื่องมีแฟนสองคน เรื่องแฟนสาวทั้งสองยอมให้มีเซ็กซ์โดยไม่ใส่ถุงยางได้เมื่อถึงวันเลี้ยงฉลองวันเกิด เรื่องตอนนี้แฟนท้องแล้วทั้งคู่ เรื่องเค้ากำลังจะได้เป็นคุณพ่อ เรื่องย้ายไปออสเตรเลียเพื่อไปรอคลอด และเรื่องแฟนหนึ่งในสองคลอดลูกแฝดแล้ว บลา ๆ ๆ เค้าเล่า ๆ มาเราก็เออออตลอด เวลาเค้าถามอะไร ขอคำแนะนำอะไร เราก็ตอบไปบนสมมติฐานว่าเค้าพูดจริงหมด และให้คำแนะนำอย่างจริงจัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามว่า เชื่อมั้ย?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราก็เชื่อครึ่ง ๆ อะนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนอื่นบอกว่า อย่าไปฟังมัน มันโม้แล้ว มีที่ไหนผู้ใหญ่รับดูแลแบบ home stay ไม่พอ ยังมีบ้านให้อยู่ต่างหาก แล้วปล่อยลูกสาวตัวไปอยู่กับเด็กหนุ่ม แถมยังอยู่บ้านกันแบบ 3 คนผัวเมียอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็.... ไม่รู้อ่ะ เค้าเล่ามาแบบนี้ มันก็อาจจะจริงมั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถึงไม่จริงก็ไม่เกี่ยวกับเรา แค่ฟังเรื่องเล่าเฉย ๆ ก็สมมติว่ามันจริงไปก่อน จนกว่าจะมีหลักฐานคัดค้านก็แล้วกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือไม่อยากกล่าวหาหรือฟันธงว่าใครโกหก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะคนเราเนี่ย ถ้าไม่ได้เจอ ไม่ได้ประสบด้วยตัวเองแล้ว แต่เป้นเรื่องที่ฟังคนอื่นมา มันก็ต้องมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น ที่มันจะเป็นเรื่องจริงแท้ ๆ เป็นเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง หรือเป็นเรื่องไม่จริงเอาซะเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ามีหลักฐานว่า ที่พูดมามันไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็ว่าไปอย่าง ยังพิสูจน์ได้ว่าโกหก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่บางเรื่องไม่มีทางพิสูจน์ได้ เพราะไม่ได้เก็บหลักฐานอะไรไว้เลย และเป็นเรื่องที่เจ้าตัวเท่านั้นถึงจะรู้ว่าตัวเองพูดจริงแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างเช่นเรื่องโดนหาว่าให้ญาติผู้ใหญ่เขียน essay (เรียงความ) ให้ หรือไม่ก็ไปจ้างคนอื่นเขียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อะไรวะ.... ก็ตูนั่งเขียน(พิมพ์)เองจนถึงดึก ๆ ดื่น ๆ ตีสองตีสาม ยังโดนหาว่า a) ไปลอกมา หรือ b) ไปจ้างคนอื่นเขียน  พอบอกว่าไม่ใช่นะ ไอเดียเนี่ยได้จากเรื่องที่คุยกับคุณลุง (ช่วงประมาณเดียวกับที่ตูโดนหลอกเรื่องเข็มวัดความเร็วในรถแหละ แสรด..... หรืออาจจะหลังจากนั้นไม่เกิน 2 ปี) ก็โดนข้อหาใหม่ c) การบ้านเนี่ยให้เขียนเอง ไม่ใช่ให้คุณลุงมาช่วย!   เอ้า เวร ลุงตูอยู่อเมริกา จะมาช่วยทำการบ้านได้ยังไง!!!! สลัดกล้วย!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุด ๆ ของสุด ๆ .... โคตร ๆ ของโคตร ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อารมณ์ตอนนั้นมันแบบ @#$%^@#%^@ (จริง ๆ ตอนนั้นออกแนวมึน ๆ งง ๆ มากกว่า แล้วก็ร้องไห้ด้วย กว่าจะตั้งสติได้ แล้วเริ่มมีเวลาโมโหก็ตอนผ่านไปหลายวันแล้ว) ความยุติธรรมไปอยู่ไหน?! คนพูดจริงโดนหาว่าโกหก จะอธิบายเหตุผลอาจารย์ก็ไม่ฟัง คือเขาตัดสินแบบมีอคติไปแล้วว่า ตูไม่มีความสามารถพอที่จะเขียนเองได้ พอเราบอกว่ามีพยาน(ตอนคิดหัวข้อ essay ไม่ออกเราโทรคุยกับเพื่อน และคยกันเรื่อยเปื่อยจนได้หัวข้อนั้นมา) ก็ยังไม่ยอมฟัง บอกว่าไม่เอาพยาน หาว่า"เพื่อนตูก็ต้องพูดเข้าข้างตู"อีก ฟ้าคคคคค!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันคือความทุเรศของโลกมนุษย์ค่ะพี่น้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความจริง ไม่สามารถช่วยเหลือเราได้เลยถ้าเราไม่มีอำนาจพอที่จะสำแดงความจริงนั้นให้โลกรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็แค้นนะ แต่ถ้าถามว่าเราคิดยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้เราคิดว่าเราผิดเองที่อ่อนแอ และไม่กร้าวในเวลาที่ควรกร้าว ทำให้ปกป้องตัวเองและชื่อเสียงของตัวเองไม่ได้ และคงเป็นเพราะบุคลิกของเราเองที่เวลาโดนคำถามแบบไม่ทันตั้งตัวแล้วดันงง ตกใจ จนทำท่าเหมือนมีพิรุธ อาจารย์เลยไม่ยอมเชื่อ (แต่หลังจากนั้นพอเรารวมสติได้ และพยายามกลับไปคุยอีกครั้ง อาจารย์เองนั่นแหละที่ไม่ยอมคุย ซึ่งข้อนี้เราถือว่าเป็นความใจแคบของเขา เป็นความผิดของเขาที่ไม่ให้โอกาสนักศึกษา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเป็นแผลใจที่ยิ่งใหญ่มากค่ะพี่น้อง....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่ได้เสียชื่อเสียงเลยอ่ะนะ เพราะเพื่อนคนอื่นเค้าก็รู้และเข้าใจกันทั้งนั้นว่าเราเขียนเองชัด ๆ.... เรื่องนั้น ผลลัพธ์ของมันก็มีแค่เราเสียเครดิตในสายตาอาจารย์ และเสียโอกาสได้คะแนนจากงานชิ้นที่ "ดีเลิศซะจนโดนกล่าวหาว่าไม่ได้เขียนเอง" (ทั้ง ๆ ที่อีตาอาจารย์คนที่ตรวจ ก็วงแดงจุดที่ต้องแก้ไขมาเต็มเพียบ !@#$%)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปคือแค้นที่ถูกกล่าวหาทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ผิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ็บใจ เจ็บใจ เจ็บใจ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โกรธตัวเองนะ ที่ปกป้องตัวเองไม่ได้ หลังจากนั้นเลยคิดไว้ว่าต่อไปนี้จะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างใครอีกแล้ว ตั้งใจไว้ว่า ต่อไปนี้ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกจงเหยียบคันเร่งพุ่งไปข้างหน้าให้ถึงที่สุด ไล่บี้ให้ราบเป็นหน้ากลองแบบไม่ต้องเหยียบเบรคเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมา ก็ได้มีประสบการณ์ในมุมกลับ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือในบอร์ดมีคนตั้งกระทู้เหมือนกันเปี๊ยบ 2 กระทู้ในเวลาที่ห่างกันหลายชั่วโมง เราก็คงประมาณว่าเข้าไปตำหนิในฐานะผู้ดูและเว็บบอร์ด แล้วเจ้าตัวก็ออกมาบอกว่า ไม่ได้เจตนา สงสัยเผลอกด refresh&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราก็....อะไรวะ รีเฟรชบ้าอะไรห่างกันหลายชั่วโมง เชื่อไม่ได้ (ถ้ามันห่างกันแค่ไม่กี่นาทีคงเชื่อทันทีอ่ะ) เลยไปลองดู ว่าโพสต์กระทู้แล้วกด refresh browser มันจะปั๊มกระทู้ซ้ำหรือเปล่า ปรากฏว่าลองแล้วไม่เป็นอย่างนั้นค่ะ ก็เลยกลับไปตอบว่าคุณคนนั้น ประมาณว่า โกหก ทีหลังจะแก้ตัวก็ขอให้เนียน ๆ หน่อย อะไรทำนองนี้....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จำไม่ได้ละว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เดาว่าเค้าคงออกมาตอบว่าไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ผมไม่ได้เจตนาจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนหลังพอได้ไปถามเพื่อนอีกคนที่เป็นพวกโปรแกรมเมอร์ เค้าบอกว่าเป็นไปได้ที่จะเกิดแบบนั้น แต่ browser ต้องมีการส่งดาต้าซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราก็เลยไปลองใหม่ ลองใหม่ ลองใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่สุดมันก็เกิดเหตุการณ์ปั๊มกระทู้ซ้ำขึ้นมา!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เอาล่ะสิ.... กล่าวหาคนอื่นว่าโกหกไปแล้ว แล้วมันกลายเป็นการกล่าวหาแบบผิด ๆ ทั้ง ๆ ที่เราพยายามพิสูจน์แล้ว และพบว่าข้ออ้างของเขานั้นฟังไม่ขึ้น.... แต่สุดท้ายของท้ายสุดแล้ว มันกลับเป็นไปได้!&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไงอ่ะ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จำความรู้สึกได้แม่นเลยว่าตอนนั้นหน้าชาไปหมด รู้สึกเสียหน้า ขายหน้า แล้วก็อายมาก ๆ แล้ววูบต่อมาก็เสียใจ ว่าเราไปว่าเค้าแรง ๆ แบบนั้น เค้าจะรู้สึกยังไง.... แถมมันเป็นการว่าซึ่งหน้า ในที่สาธารณะ สมาชิกคนอื่น ๆ เปิดกระทู้มาเห็นไม่รู้กี่คนแล้ว!!! ชื่อเค้าคงเน่าเป็นไกลแล้ว เพราะถูกตราหน้าว่าโกหกตอแหล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายเราก็ตั้งกระทู้ประกาศ เพื่อขอโทษเค้าอย่างเป็นทางการ รับผิดทุกประการ และขอโทษที่เชื่อหลักฐานทางเทคโนโลยี(การทดลองกด refresh)มากกว่าเชื่อสมาชิก (แต่เราก็ยังไม่วายรักษาหน้าตัวเองด้วยการบอกว่า เออทีหลังใครกด refresh แล้วอย่าไปเผลอกดปุ่ม resend นะ ไม่งั้นมันจะมีการโพสต์ซ้ำเกิดขึ้น  &lt;&lt;&lt; แอบขอความเห็นใจว่า ตูไม่ผิดทั้งหมด มันเป็นความผิดพลาดทางเทคโนโลยี =_=;; เนียนมั้ยตู) ก็รู้สึกดีขึ้นและขายหน้าน้อยลง เมื่อผู้ถูกกล่าหาเขามาลงชื่อรับทราบ และบอกว่าให้อภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เออ... ร่ายมาซะยาว สรุปว่าไม่อยากฟันธงว่าใครโกหก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเรื่องบางเรื่องพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แต่มันอยู่ในจิตใจ มีแต่คนพูดเท่านั้นที่จะรู้ว่าตัวเองพูดจริงหรือโกหก เพราะไม่มีใครอยู่ร่วมในเหตุการณ์เดียวกันด้วย และก็ไม่สามารถย้อนเวลาหรือย้อนสถานที่กลับไปในที่นั้น ๆ ณ วินาทีนั้น เพื่อพิสูจน์ด้วยตาตนเองได้ (เรื่องบางเรื่องต่อให้พยายาม"ทำซ้ำ" แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่า ผลลัพธ์จะออกมาเหมือนครั้งแรก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าถามต่อ ว่า.... ถ้าคิดว่าเค้าพูดจริง ไม่ได้โกหกแล้วทำไมไม่ช่วยเค้า?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ อย่างที่บอกไปในกระทู้อื่น ๆ หลายกระทู้ มันอยู่ที่พฤติกรรมค่ะ เรื่องโกหก/ไม่โกหก พูดจริง/พูดเว่อร์ มันไม่มีความหมายแล้วล่ะในบัดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเรามีหลายด้านค่ะ และไม่ได้มีแต่ด้านดี แต่การจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสะดวกใจนั้น นอกจากจะชอบข้อดีของเพื่อนแล้ว เรายังต้องสามารถยอมรับ(หรือทนได้)กับข้อเสียของเพื่อนด้วย ถ้าข้อดีบางข้อของเพื่อน ไม่อาจโน้มน้าวให้เราอภัยหรือยอมรับข้อเสียของเขา ก็คงเป็นสิทธิ์ของเราที่จะตีตัวออกห่าง หรือถ้าเราอยากแนะนำให้เขาแก้ไขข้อเสียซะ ก็ย่อมทำได้เช่นกัน ส่วนเขาจะทำตามหรือไม่ ทำสำเร็จมากน้อยแค่ไหน และเราจะยอมรับในความพยายามนั้น ยอมอนุโลมผ่อนผันการแก้ไขพฤติกรรมนั้น ๆ และอภัยให้ความผิดในอดีตหรือไม่ ก็อยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เท่าที่ดูกระแสตอนนี้ สมาชิกทั้งหลายไม่ว่าจะทีมนักสือหรือคนมุง ดูจะไม่พอใจกับ"พฤติกรรมที่แสดงออกในระหว่างถูกซักฟอก" มากกว่าเรื่องที่กำลังซักฟอกกันเสียอีก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-7402838734335843931?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/7402838734335843931/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=7402838734335843931' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/7402838734335843931'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/7402838734335843931'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2009/05/blog-post_30.html' title='โกหก ?'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-268503769529785676</id><published>2009-05-15T21:47:00.003+07:00</published><updated>2009-05-16T12:58:28.017+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='pantip.com'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='cookiecompany'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Call Center'/><title type='text'>คอลเซ็นเตอร์ ที่เป็นมากกว่าคอลเซ็นเตอร์</title><content type='html'>คราวก่อนบ่นเรื่องพวกจิตไม่ว่างโทรป่วนคอลเซ็นเตอร์ไปแล้ว หนนี้ขอพูดถึงคนที่พึ่งพิงคอลเซ็นเตอร์จริง ๆ จัง ๆ ในเรื่องคอขาดบาดตายบ้าง....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากกระทู้ Pantip ตั้งโดยคุณ cookiecompany&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T7866440/T7866440.html"&gt;--&gt; เกือบทิ้งชีวิตไว้ที่ป่าริมทะเลสาบข้างภูเขาฟูจิเมื่อคืน........&lt;/a&gt; ทำให้เห็นว่า คนเราเมื่อถึงคราวคับขันแล้วล่ะก็ ความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ศูนย์รับโทรศัพท์ ซึ่งอยู่ห่างไกลหลายร้อยกิโลเมตร ก็ช่วยให้อุ่นใจ และช่วยให้"รอดตัว"จากปัญหาเฉพาะหน้าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากเรื่องนี้ทำให้เห็นว่า คอลเซ็นเตอร์ ไม่ได้มีหน้าที่หรือความสำคัญเพียงแค่รับโทรศัพท์จากลูกค้า พวกเขาหรือพวกเธอเป็นที่พึ่งในยามยาก ในยามเข้าตาจน ของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการได้ในสถานการณ์มากมายหลายแบบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากที่คุณ cookiecompany บรรยายไว้ว่า ทางคอลเซ็นเตอร์อึ้งไปชั่วขณะตอนที่เขาบอกว่าหลงทางอยู่ในป่าริมทะเลสาปภูเขาไฟฟูจิ ก็ชี้ชัดว่าพนักงานคอลเซ็นเตอร์ (ที่ปรกติต่อให้โดนโทรป่วน ก็ยังทำน้ำเสียงราบเรียบและอ่อนหวานอยู่ตลอดเวลา) ก็ถูกอารมณ์และความรู้สึกตกใจ หวาดกลัว หรือหวาดหวั่นจู่โจมได้เหมือนกัน (แหงสิยะ ก็คนเหมือนกันนี่!) และแม้ว่าเราจะไม่ได้เห็นหรือได้ยิน ว่าเธอคนนั้นช่วยเหลือจขกท.อย่างไรบ้าง แต่ก็พอจะเดาได้ว่าต้องสุดความสามารถของเธอแน่ ๆ (ถ้าไปแอบดูตอนนั้น เธออาจจะลนลาน เลิ่กลั่ก เหงื่อแตกเต็มหน้าก็ได้) จึงได้ประสานงานได้รวดเร็วแม้จะไม่ได้อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อารมณ์หรือจิตใจของเธอล่ะ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แหมถ้าเป็นเรา มีลูกค้าโทรมาเรื่องคอขาดบาดตายขนาดนั้น ต้องตื่นเต้นตกใจจนสั่นแน่ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีอย่างที่ไหน.... ดึก ๆ ดื่น ๆ ลูกค้าโทรมา บอกหลงทางกลางป่าอยู่ต่างประเทศ แถมแบตก็จะหมด วุ้ย ถ้าเป็นเราคงกลัวแทน ดีไม่ดีอาจจะคิดอะไรไม่ออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เออแต่จากที่อ่านกระทู้ เธอคนนั้นก็ดูจะงุนงงและตกใจจนคิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน เลยได้แต่ถามว่า จะให้ทางเราช่วยเหลืออะไรได้บ้างคะ ดีนะที่คุณคุกกี้แกมีสติดี เลยขอให้ทางคอลเซ็นเตอร์ติดต่อฟร้อนท์โรงแรมให้ คือถ้าเป็นเรานะ ณ วินาทีนั้นคงนึกไม่ออกหรอกว่าคอลเซ็นเตอร์จะช่วยอะไรเราได้บ้าง =_=;;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องหนนี้อยากปลอบและบอกว่า "โอ๋ ๆ ๆ ขวัญเอ๋ยขวัญมา" กับทั้งคุณ cookiecompany ผู้ประสบเหตุ และคุณอมราภรณ์ผู้รับเรื่องเลยล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องนี้น่าจะใช้เป็นตัวอย่าง เป็นอุทาหรณ์ได้ว่า คอลเซ็นเตอร์มีไว้ช่วยเหลือลูกค้า ไม่ได้มีไว้ป่วนเล่น และคอลเซ็นเตอร์สามารถช่วยเหลือลูกค้าได้จริง ๆ ไม่ได้มีไว้ทำโก้ทำหรูเฉย ๆ !!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครชอบกลั่นแกล้งพนักงานคอลเซ็นเตอร์พึงสังวรณ์ไว้ด้วย บริษัทต่าง ๆ ให้อำนาจคุณ (ลูกค้า) ในการโทรศัพท์ไปโวยวาย ร้องเรียน ฟ้อง หรือขอความช่วยเหลือจากคอลเซ็นเตอร์ได้ ก็จงใช้อำนาจนั้นในทางที่ก่อประโยชน์ ไม่ใช่ใช้อำนาจไปในทางที่ผิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าลืมว่าพนักงานคอลเซ็นเตอร์ก็เป็นคน เป็นมนุษย์เหมือนกันเรา เราก็ควรจะให้เกียรติเขาด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-268503769529785676?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/268503769529785676/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=268503769529785676' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/268503769529785676'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/268503769529785676'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2009/05/blog-post.html' title='คอลเซ็นเตอร์ ที่เป็นมากกว่าคอลเซ็นเตอร์'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-2633767360898223126</id><published>2009-04-28T19:43:00.006+07:00</published><updated>2009-04-28T21:07:18.407+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Trolling'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Customer Service'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Call Center'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Hoax Phone'/><title type='text'>โทรป่วนคอลเซนเตอร์คือแฟชั่น?</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:100%;"&gt;เพิ่งได้เข้าไปอ่านและคลิกดู(ฟัง) YouTube จากกระทู้&lt;br /&gt;"&lt;a href="http://www.gamer-gate.net/index.php?a=bbs&amp;amp;b=view&amp;amp;id=42957"&gt;ตำรวจขโมยมือถือผมครับ&lt;/a&gt;" ในบอร์ดมา....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอ่อ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบบนี้สินะที่เรียกว่าจิตไม่ว่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พักนี้เหมือนมันจะกลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว(รึเปล่า?) เพราะเห็นมีอัพคลิป อัพไฟล์เสียงทำนองนี้แจกกันแพร่หลายจริง ๆ แต่ดูจะเป็นแฟชั่นที่ไม่โสภาเท่าไหร่ ถ้ามีใครทำตามแฟชั่นไร้สาระแบบนี้ จะเรียกว่าชักจูงกันไปในทางที่ผิดก็คงได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าของกระทู้ก็แค่ไปเจอคลิป(เสียง)ขำ ๆ เลยเอามาแบ่งปัน อันนั้นไม่ว่ากันนะ คลิปบ้า ๆ บอ ๆ หรืออะไรพวกนี้มันขำอยู่แล้วล่ะ เพราะมันไม่เกี่ยวกับเรา เราเป็นแค่ผู้ดู ผู้ฟังเท่านั้น ฮาได้ ไม่คิดมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่ข้องใจคือคนที่เป็นคนลงมือทำและอัดเสียงมาอัพแจกเนี่ยสิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้สมองคิดอะไรอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับคนโทร ที่โทรเล่น ๆ เอาฮา มันอาจจะสนุก แต่คนรับโทรศัพท์เขาคงไม่สนุกด้วยหรอก ขนาดเราเองนั่งทำงานอยู่ ไม่ได้ทำงานที่ต้องรับโทรศัพท์แบบนี้ทั้งวัน แค่มีคนโทรผิดมาแล้วพูดจาไม่รู้เรื่อง กวนโมโห เรายังโมโหเลย มันทำให้อารมณ์เสีย และไม่ดีต่อสุขภาพจิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วคิดดูว่าคนทำงาน Customer Support หรือ Call Center ที่ในวันหนึ่ง ๆ เขาต้องรับโทรศัพท์หลายร้อยสาย ต้องใช้สมอง สมาธิ และไหวพริบในการช่วยเหลือลูกค้า แนะนำลูกค้า และช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าตลอดช่วงเวลาทำงานของเขา ต้องมาเจออะไรที่ยียวนป่วนประสาทแบบนี้ มันเป็นการเพิ่มภาระให้สมองและสภาพจิตของเขาโดยไม่มีเหตุอันควร ยิ่งใครกำลังเครียด ๆ อยู๋เจอแบบนี้เข้าอาจจะอยากตะโกนด่าหรืออยากร้องไห้เลยก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานรับโทรศัทพ์รับเรื่องร้องเรียน รับฟังปัญหาของลูกค้าสารพัดแบบนี้ มันมีการสะสมความเครียดนะคะ ไม่ใช่ว่าจะชิล ๆ คุยสบาย ๆ ได้ทั้งวัน และพนักงานยังต้องควบคุมอารมณ์มากกว่าปรกติด้วย เพราะบางทีเจอลูกค้าพูดจาไม่รู้เรื่องบ้าง ลูกค้างี่เง่าบ้าง ลูกค้าเอาแต่ใจบ้าง หรือลูกค้าบางคนอาจจะไม่ได้เจตนาจะทำตัวไม่ดี แต่บังเอิญเข้าใจอะไรยาก อาจจะมีการถามซ้ำ ๆ หรือบอกแล้วไม่เข้าใจบ่อย ๆ พนักงานเลยต้องใช้ความพยายามอธิบายมากกว่าเดิมหลายเท่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเรามนุษย์กินเงินเดือนหรือไม่กินเงินเดือนก็แล้วแต่ ที่ไม่ต้องปวดหัวกับการ "ทำงานด้วยโทรศัพท์" คงไม่อาจเข้าถึงจิตใจอันขมขื่นของพนักงานคอลเซ็นเตอร์ได้ เพราะเวลาเราโทรไปกวนตีนเพื่อน หรือมีเพื่อนโทรมาประสาทแดกใส่เรา เราก็ขำ ๆ ใช่มั้ยล่ะ? เพื่อนกันนี่ คุยเล่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่นี่สำหรับเค้า มันเป็นงาน! งานนะคะ ซีเรียส จริงจัง เล่นไม่ได้ และต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วคิดดูยังมีคนอุตส่าห์โทรไปกลั่นแกล้งเค้าอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคึกคะนองและสนุกสนานของคนเรา บางครั้งก็ควรจะจำกัดขอบเขตไว้บ้าง ไม่ใช่ไปละเมิดหรือก้าวก่ายคนอื่นแบบนี้ คนเราอยู่ร่วมกันในสังคมก็ควรจะเคารพสิทธิของผู้อื่น ให้เกียรติคู่สนทนา และรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา เห็นอกเห็นใจคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ทำตัวเกกมะเหรกเกเรสร้างปัญหาหนักใจให้คนอื่น ไปเบียดเบียนเขาแบบนี้ แล้วก็มานั่งหัวเราะ หรืออัพไฟล์อวดอย่างภาคภูมิใจ มีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นเยี่ยงนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนอาจจะคิดตื้น ๆ แค่ว่า เอาน่า เราทำแค่คนเดียว เราป่วนแค่คนเดียว จะไปเดือดร้อนอะไรมาก.... แต่คิดแบบนี้ก็เหมือนแนวคิดของพวกมักง่ายทิ้งขยะไม่เป็นที่แหละ คิดแค่ว่าเราทิ้งขยะชิ้นเล็ก ๆ แค่ชิ้นเดียว ไม่มีใครเดือดร้อนหรอก โดยที่ลืมไปว่าขยะชิ้นเล็ก ๆ แต่ถ้ารวมกันหลาย ๆ ชิ้นก็กลายเป็นปริมาณมากได้ ถ้าคนที่คิดมักง่ายเหมือน ๆ กันมีเยอะหลายคน ไอ้ขยะชิ้นเล็ก ๆ นั่นก็จะกลายเป็นกองใหญ่มหึมาในที่สุด แล้วก็จะเกิดอาการ "กวาดเท่าไหร่ก็ไม่หมด ถ้าไม่งดทิ้งขยะ" ขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าในหนึ่งวันมีคนพูดไม่รู้เรื่องหลาย ๆ คน หรือมีคนเจตนาป่วนคอลเซ็นเตอร์หลาย ๆ คน พนักงานก็น่าสงสารแย่เลย จริงอยู่ว่าพนักงานที่รับโ?รศัพท์นั้นมีหลายคน ไม่ใช่มีแค่คนเดียวง แต่ไม่แน่ อาจจะมีบางคนได้แจ็คพ็อดซวย เจอหลายสายในวันเดียวก็ได้ ไม่มีใครรับประกันได้ว่าความซวยมันจะกระจายเฉลี่ยออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดดูว่าตัวเราเอง แค่เจอคนกวนตีน โดยที่แต่ละคนกวนตีนเราแค่ครั้งเดียว เรื่องเดียว แต่วันนั้นเราซวยเจอหลายคนมากวน ความหงุดหงิด ความเครียด ความโมโห ความอัดอั้นอยากด่า อยากเตะมัน ก็จะเพิ่มขึ้น ๆ บางทีถ้าเก็บกดเอาไว้มันก็ระเบิดออกมา อาจจะเตะไอ้คนกวนตีนคนที่ 5 ปลิวข้ามสนามฟุตบอลไป หรืออาจจะด่าคนกวนตีนคนที่ 7 จนร้องไห้กลับบ้านหาแม่ไป แต่คอลเซ็นเตอร์ทำไม่ได้ (หรือ ทำได้แต่ไม่ควรทำ) เพราะมันคืองาน! คำว่าหน้าที่ และความรับผิดชอบมันค้ำคออยู่ เวลาโดนโทรป่วน เขาก็ได้แต่พยายามทำเสียงให้สุภาพที่สุดเท่านั้น....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:100%;" &gt;รังแกคนไม่มีทางสู้นี่ น่าภูมิใจ๊ภูมิใจซะเหลือเกิน! (*ประชด*)&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฮ่อ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เห็นแล้วล่ะ ว่าไฟล์ใน YouTube นั่นเขาเขียนจั่วหัวไว้ว่า ถ้าเป็นพวกไม่นิยมการป่วนก็อย่าดู และอย่าบ่น เพราะเขาทำมาแจกให้คนดูแล้วขำกัน ไม่ได้แจกเพื่อให้ตัวเองโดนบ่น เราเองกดเข้าไปดูโดยไม่รู้ว่ามันคือคลิป "โชว์เมพ"ป่วนคอลเซ็นเตอร์ มิหนำซ้ำดูแล้วยังเกิดไม่ชอบใจขึ้นมา เพราะฉะนั้นเราก็เลยต้องมาบ่นในที่ส่วนตัวของเรา ที่ซึ่งเราจะใช้เขียนอะไรก็ได้ตราบที่ไม่ก่อความเดือดร้อนให้คนอื่น เพราะมันคือความคิดเห็นส่วนบุคคล หุ ๆ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-2633767360898223126?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/2633767360898223126/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=2633767360898223126' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/2633767360898223126'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/2633767360898223126'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2009/04/blog-post.html' title='โทรป่วนคอลเซนเตอร์คือแฟชั่น?'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-7524184942509816371</id><published>2009-04-27T13:55:00.007+07:00</published><updated>2009-04-27T14:29:22.439+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Gamer-gate'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='GG'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Gamer&apos;s Gate'/><title type='text'>คุณรู้จัก Gamer's Gate ได้อย่างไร</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:100%;"&gt;กระทู้ถามเรื่อง "คุณรู้จัก Gamer's Gate ได้อย่างไร" นี่เป็นอีกหนึ่งในกระทู้ยอดฮิตที่หายาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอ๊ะ? ยอดฮิตแล้วมันหายากยังไง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ เป็นกระทู้ที่ไม่ได้มีเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่ได้มามาบ่อย ๆ กล่าวคือจะมีคนตั้งเฉลี่ยประมาณปีละหน หรือเว้นนานก็ 2 ปีหน ดังนั้นถึงจะซ้ำซากอยู่หน่อย ๆ แต่หลาย ๆ คนก็ยินดีที่จะตอบ และบางคนก็ไม่เคยเห็นกระทู้ก่อนหน้านี้มาก่อน ก็จะยังรู้สึกว่าเป็นกระทู้แปลกใหม่อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ล่าสุดของปีนี้ ก็คือกระทู้นี้ &gt;&gt; &lt;a href="http://www.gamer-gate.net/index.php?a=bbs&amp;amp;b=view&amp;amp;id=42901" target="_blank"&gt;ทุกคนรู้จักgamer-gateได้ยังไง??(กระทู้อยากรู้เรื่องชาวบ้านเค้า)&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ได้เข้าไปตอบอีกครั้ง อิ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็รื้อกระทู้เก่า ๆ ออกมาดู เจอกระทู้ของปี 2006!&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.gamer-gate.net/index.php?a=bbs&amp;amp;b=view&amp;amp;id=27794" target="_blank"&gt;[อยากรู้อยากเห็น]ทุกท่านรู้จัก Gamer's Gate ได้อย่างไร&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ยังเจอกระทู้ขำ(โคตร ๆ)&lt;a class="l" onmousedown="return clk(this.href,'','','res','18','')" href="http://www.gamer-gate.net/index.php?a=bbs&amp;amp;b=view&amp;amp;id=16576&amp;amp;p=7"&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่บอร์ดใหม่จะเสร็จ  : มาสารภาพความผิดใน&lt;em&gt;บอร์ดนี้&lt;/em&gt; กันเถอะ &lt;b&gt;...&lt;/b&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; &lt;span class="std nobr"  style="font-size:100%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านแล้วมันฮาจริง ๆ ให้ตายเถอะโรบิ้น!&lt;br /&gt;สมาชิกหน้าเก่าที่ปัจจุบันแสนจะเรียบร้อยและสุภาพ เมื่อก่อนแต่ละคนโชกโชนทั้งนั้น! แหม ก็แน่ล่ะ คนเราบางทีก็คึกคะนอง แต่พอรู้แล้วว่าไม่ดีก็เลิกทำ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าคนดีชอบแก้ไข คือรู้ว่าเคยทำผิดก็ปรับปรุงตัว ไม่ให้ผิดเหมือนเดิมอีก น่ารักดีนะ ^^&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฮ้ย เริ่มนอกเรื่องไปไกล....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาคำถามเรื่อง รู้จัก GG ได้ยังไง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ย้อนอดีตไปไกลแสนไกล เมื่อปี 2543 สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 เคยไปเข้าบอร์ดที่แสนสยดสยองและน่ากลัวแห่งหนึ่ง คือบอร์ดเลมอน.... ในนั้นน่ากลัวมาก เทียบแล้วก็ประมาณแดนเถื่อน ไม่มีตำรวจ (หรือมีตำรวจแต่ตำรวจโดนโจรกระทืบตายไปแล้ว) คือด่ากันเละเลย ใครไม่พอใจใครก็ด่ากันอย่างไม่ไว้หน้า มารยาททางสังคมและมารยาทในเว็บบอร์ดทุกข้อถูกสมาชิกละเมิดกันหมด คนละข้อสองข้อ หรือบางคนละเมิดทุกข้อก็มี (โอ้วววว บร๊ะเจ้าจ๊อด มันรอดยาก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ไปหลงอยู่ในวังวนอันน่าสยองพองขนนั้นอยู่หลายเดือน และพบว่า หลักเหตุและผล และการพูดจาแบบสุภาพชนนั้นใช้เอาชนะคนพาลที่มาเป็นหมู่มากไม่ได้ ก็เลยเลิกเล่นเว็บบอร์ดไปเลย ด้วยความเหนื่อยหน่ายและระอา จนกระทั่งเพื่อนสุดที่รัก Zero (เซโร่ หรือชื่อเล่นจริง ๆ ว่า โช) ก็เขียนจดหมาย ems มาบอกว่า ตอนนี้เล่นอยู่ที่เว็บ Gamer's Gate ให้ลองเข้าไปดูทาง URL นี้ ๆ นั้น ๆ แล้วจะได้คุยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฮู้วววววววววววววววว~&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเราก็ได้พบกัน!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมัยนั้นบอร์ดยังอยู่กับ siamstreet ล่ะมั้ง เป็นบอร์ดพื้นหลังขาว ตัวกระทู้ก็ขาว มีกรอบรอบ reply เป็นเส้นบาง ๆ เส้นเดียว บอร์ดยังไม่มีลูกเล่นอะไรมาก และสมาชิกก็ยังน้อยอยู่ เราก็เข้าไป "ปั่นกระทู้" คือเจอกระทู้ของ Zero กระทู้ไหนก็ตอบหมดเลย (กลัวเพื่อนไม่รู้ว่ามาสมัครสมาชิกแล้ว =_=;;) ผลก็คือ เลเวลพุ่งกระฉูด รู้สึกว่าจะเลเวล 20 ใน 3 วันล่ะมั้ง....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดีนะไม่โดน Dark Force.... หรือไม่ก็ ที่ไม่โดนเพราะเราไม่ได้ตอบแบบชุ่ย ๆ แต่ตอบแบบพูดคุยไปเรื่อย พอจะมีสาระอยู่บ้าง (รึเปล่า?)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาถึงตอนนี้ ย้อนกลับไปดูตัวเองสมัยนั้น แหม ช่างเป็นเด็กที่คึกอะไรขนาดนั้น ถ้าใช้มาตรฐานตอนนี้ล่ะก็ Shin ในอดีตคงโดนใบเหลืองไปแล้ว 2 ใบ หรือไม่ก็ใบแดง 1 ใบเต็ม ๆ 555!!! คือถึงจะไม่ถึงขนาดโดนแบน แต่ต้องโดนเตือนแน่ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาเป็นว่าเรื่องยาวเล่าให้สั้น (นี่สั้นแล้วเหรอ?!) ก็ติดใจในสังคมอันสงบสุขและเปี่ยมด้วยอัธยาศัยของ Gamer's Gate อย่างที่เราไม่เคยประสบที่อื่นมาก่อน (ยิ่งมาเจอที่แบบนี้หลังฝ่าสมรภูมิสงครามด่ามาจากเลมอนแล้วยิ่งประจับใจ เอิ๊ก ๆ) ก็เลยทำให้สิงอยู่ที่บอร์ด GG ยาวนานมาถึงปัจจุบัน ปี 2552.... 9 ปีแล้วสิเนี่ย เหอ ๆ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับเราตอนนี้ Gamer's Gate ก็คือบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่าตอนนี้บ้านจะเก่า จะผุ จะคับแคบลงเพราะแออัดยัดทะนานไปด้วยสมาชิกที่เนืองแน่น โดยที่ไม่ได้สนิทสนมใกล้ชิดกันเหมือนเมื่อสมัยมีสมาชิกแค่ 100 คน....... แต่ก็ยังเป็นบ้าน เป็นบ้านที่เรารักอยู่เหมือนเดิม&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-7524184942509816371?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/7524184942509816371/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=7524184942509816371' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/7524184942509816371'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/7524184942509816371'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2009/04/gamers-gate.html' title='คุณรู้จัก Gamer&apos;s Gate ได้อย่างไร'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-5228389184173998829</id><published>2009-04-27T13:31:00.002+07:00</published><updated>2009-04-27T13:34:37.587+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Gamer-gate'/><title type='text'>เพิ่งจำได้ว่ามี ID อยู่ที่ Blogger</title><content type='html'>555!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามประสาคนชอบทำบล็อก แต่ชอบดอง และชอบลืม ก็เลยไม่ได้อัพบล็อกที่นี่มานานโขแล้ว จนกลับไปอ่าน talk เก่า ๆ ของในบอร์ด GG แล้วเห็นว่าเออ เราย้าย server ครั้งหนึ่งเมื่อก่อนเข้าเดือนเมษายน แต่ไม่ได้อัพบล็อก ทั้ง ๆ ที่บล็อก gamer-gate ที่เปิดไว้ที่ blogger เนี่ย มีไว้เป็นแหล่งรวมพลคนเร่ร่อน ในยามคับขัน หรือในยามบ้านแตกสาแหรกขาดแท้ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาเป็นว่าต่อไปนี้ถ้ามีข่าวคราวอะไรที่เกี่ยวกับบอร์ด แต่ติดต่อกันผ่านบอร์ดไม่ได้ (เพราะบอร์ดล่ม หรือซ่อม server หรืออะไรก็ตามแต่) ขอให้สมาชิกทุกท่านมาติดตามความเคลื่อนไหวเอาแถว ๆ นี้ก็แล้วกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-5228389184173998829?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/5228389184173998829/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=5228389184173998829' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/5228389184173998829'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/5228389184173998829'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2009/04/id-blogger.html' title='เพิ่งจำได้ว่ามี ID อยู่ที่ Blogger'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-1559694132154049214</id><published>2008-01-23T16:10:00.000+07:00</published><updated>2008-01-23T16:12:50.786+07:00</updated><title type='text'>ไปวางเครื่อง server GG มาแล้ว</title><content type='html'>วันนี้ไปที่ตึก เอาเครื่อง server ของ Gamer's Gate ไปวางมาแล้วเรียบร้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เซ่อร์เซ็ททุกอย่างแล้ว ตั้งระบบแล้ว เหลือแต่จัดระเบียบ database ในเครื่องด้วยการสั่งงานจากบ้าน (คารวะท่านเทพเจ้าแห่ง internet ที่ส่ง internet มาให้มนุษย์ใช้ อูรา~)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้อีกกี่ชั่วโมงถึงจะใช้ได้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฮ้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหนื่อย (ไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย...)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-1559694132154049214?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/1559694132154049214/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=1559694132154049214' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/1559694132154049214'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/1559694132154049214'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2008/01/server-gg.html' title='ไปวางเครื่อง server GG มาแล้ว'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8933632145040639084.post-1811576200398098993</id><published>2008-01-22T19:00:00.000+07:00</published><updated>2008-01-22T19:04:17.926+07:00</updated><title type='text'>ลองทำบล็อกที่ blogger.com ดู</title><content type='html'>วันนี้พยายามล็อกอินเข้า Blogger.com เพื่อเช็ค blog ส่วนรวมของ Gamer's Gate ดู ปรากฏว่าล็อกอินหลุดไปแล้ว.... พาสเวิร์ดก็จำไม่ได้ (นี่ล่ะข้อเสียข้อแรกของการ keep login หรือให้ระบบ remember me) เลยต้องรีเซ็ทพาสเวิร์ดใหม่ แล้วพอดีเห็นมันมีให้สร้างบล็อกของตัวเอง เลยลองจิ้ม ๆ ดู (จะว่ามือบอนก็ไม่ขัด) ได้ออกมาเป็นบล็อกนี้ ซึ่งไม่รับประกันว่าจะดองมั้ย.... เพราะปัจจุบันมีเว็บ มีบล็อก มีสเปซ และมีบอร์ดอยู่หลายที่ แต่ไม่ค่อยได้เข้าไปอัพเดทเลยให้ตายสิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาเป็นว่าก็ขอฝากบล็อกน้อย ๆ ของสต๊าฟโมจิไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ&lt;br /&gt;(แหวะะะะะะะะะะะะะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ป.ล. จะพยายามไม่ใช้บล็อกนี้ในการนินทาสมาชิก GG ฮ่า!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8933632145040639084-1811576200398098993?l=shinzei.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinzei.blogspot.com/feeds/1811576200398098993/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8933632145040639084&amp;postID=1811576200398098993' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/1811576200398098993'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8933632145040639084/posts/default/1811576200398098993'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinzei.blogspot.com/2008/01/bloggercom.html' title='ลองทำบล็อกที่ blogger.com ดู'/><author><name>Moji</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02189242865876936595</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://bp2.blogger.com/_tGTpbLXqlZI/R4C-jZ_vB5I/AAAAAAAAAAU/xJkJzBCNGX8/S220/gg_avatar.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
